เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานที่บริเวณแหล่งขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าธนาคารไทยพานิชย์ ถนนเทศบาล2 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนทุกงวดที่ผ่านมา หลังมีข่าวสลากกินแบ่งปลอมออกแพร่ระบาดทำให้ลูกค้าลดจำนวนลง
ด้านนายโอภาส คุณพงษ์ลิขิต อายุ 60 ปี พ่อค้าฉลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ในช่วงนี้การขายสลากได้รับผลกระทบจากข่าวสลากปลอม ทำให้ยอดขายตกลงและเหลือจำนวนมากทั้งที่ใกล้เวลาการออกสลาก โดยร้านตนเองนั้นขายอยู่ในพื้นที่และลงทะเบียนกับทางเทศบาลอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งฝากให้หน่วยงานของรัฐ ช่วยดูแลแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ เดินเร่ขายมาจากที่อื่น ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลงทะเบียนให้ถูกต้อง เหมือนร้านค้าที่ขายประจำพื้นที่ เพื่อควบคุมป้องปรามตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว หากทำผิดกฎหมายในการค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อไป
ขณะที่ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาชัยนาท พบว่าบรรยากาศการขายสลากกินแบ่งไม่ค่อยคึกคักเหมือนที่ผ่านมา โดยผู้ค้าสลากเปิดเผยว่า ตั้งแต่มีกระแสสลากกินแบ่งปลอมระบาดในหลายพื้นที่ ทำให้ลูกค้าใช้ความระมัดระวังในการซื้อสลากมากขึ้น โดยตรวจสอบทั้งการส่องงด้วยแสงแดดตามที่ทางกองสลากแนะนำ รวมทั้งให้ผู้ค้าเซ็นชื่อด้านหลังสลากเพื่อความมั่นใจ ทว่าลูกค้าบางส่วนงดซื้อสลากในช่วงนี้ไปเลย เพราะไม่มั่นใจ กลัวว่าหากซื้อสลากแล้วถูกรางวัลจะไม่สามารถขึ้นเงินได้ รวมถึงอาจต้องมีความผิดฐานใช้สลากปลอม ทำให้ยอดขายของแผงสลากหายไปกว่า 20 เปอร์เซ็น ผู้ค้าสลากจึงวอนให้กองสลากเร่งหามาตรการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อโดยด่วน
ส่วนแผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลถนนนครใน อ.เมือง จ.สงขลา บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ประชาชนซื้อสลากกินแบ่งน้อยกว่างวดก่อนๆ ทำให้สลากกินแบ่งที่เคยจำหน่ายหมดทุกงวดเหลือ โดยนายจำนง(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้าง ชาว อ.สิงหนคร จ.สงขลา กล่าวว่า ตนซื้อสลากกินแบ่งทุกงวดๆละ 1-3 ใบ เป็นการเสี่ยงดวง เมื่อมีข่าวสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมจึงไม่กล้าซื้อ กลัวจะเสียเงินเปล่า เมื่อถูกเลขรางวัลไม่ได้เงินอาจจะติดคุกโทษ ฐานปลอมเปลี่ยนเอกสาร ดังนั้นจึงจะเสี่ยงโชคกับหวยใต้ดินแทน
แหล่งข่าวจากแม่ค้าเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลภาคอีสานเปิดเผยว่า พวกตนเหมารถมาจากภาคอีสาน 12 คน เพื่อมาเดินเร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลใน จ.สงขลามาประมาณ 2 ปี ทุกงวดจะจำหน่ายหมดก่อนวันสลากออกในราคาใบละ 90-100 บาท และบางงวดไม่พอขาย แต่มางวดที่ 16 ก.พ. กลับยอดขายน้อยลง
“เมื่อมีข่าวสลากปลอมแพร่ ยอดจำหน่ายลดลงทันทีเพราะประชาชนมีความกลัว เนื่องจากไม่สามารถแยกออกได้ว่าฉบับไหนปลอมฉบับไหนของจริง ภาระจะตกกับพวกเรา คือต้องรับผิดชอบยอดที่เหลือทั้งหมด ตามราคาต้นทุนที่ซื้อคือใบละ 74 บาท หากสถานการณ์ยังอยู่แบบนี้คงจะหยุดขายชั่วคราว เพราะทนกับการขาดทุนไม่หวั่นและไม่มีรายได้เสียค่าเหมารถ” แหล่งข่าวกล่าว
รายงานข่าวว่าบรรยากาศตลาดจำหน่ายสลากินแบ่งรัฐบาลใน อ.หาดใหญ่ ย่านถนนธรรมนูญวิถี ซึ่งมีแผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลมากที่สุดพบว่างวดประจำวันที่16 ก.พ. ยังคงคึกคักและไม่ได้รับผลกระทบจากข่าวการจับกุมสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมแต่อย่างใด ประชาชนยังคงเลือกซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามปกติทั้งที่ร้านซึ่งเปิดแผงขายประจำรวมทั้งจากพ่อค้าเร่
แม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในอ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ในภาคใต้น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการจำหน่ายสลากปลอม แต่ที่พบคือยังมีการขายเกินราคา แต่ผู้ขายบางรายบอกว่ากังวลเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมเหมือนกันโดยเฉพาะที่ขายเป็นชุดเพราะอาจจะมีการสอดใส่สลากปลอมมาด้วย ส่วนขายปลีกไม่มีปัญหาเพราะสังเกตได้
รายงานข่าวว่าจากการสอบถามพ่อค้าเร่ ยอมรับว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำมาขายที่ อ.หาดใหญ่ รับมาจากเอเย่นต์ อ.วังสะพุง จ.เลย เช่นกัน แต่เป็นคนละเอเย่นต์กับที่เป็นข่าว และอาจกระทบกับความเชื่อมั่นของลูกค้าบ้าง เนื่องจากบางคนไม่มั่นใจและถามถึงที่มาของสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำมาขาย

