“ออมสิน” รับปากดันงบพัฒนาบึงสีไฟตามที่เสนอ หวังดีขึ้นอย่างที่ปชช.คาดหวัง

16.02.17 | 17:40 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา  09.30 น.  นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักรัฐมนตรี ได้เดินทางมาติดตามข้อปัญหาต่างๆในการของบประมาณโครงการของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 4 จังหวัดประกอบไปด้วยจังหวัดพิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี โดยมีผู้ว่าราชการทั้ง 4 จังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอข้อปัญหาอุปสรรคที่แต่ละจังหวัดมีปัญหาในเรื่องงบประมาณที่จัดสรรมาให้พัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดไม่ครบตามจำนวนที่เสนอไปทำให้การพัฒนาตามจุดต่างๆชะงักไปหรือล่าช้าออกไป

โดยปัญหาส่วนใหญ่ของ 4 จังหวัดข้างต้นคือการเสนอโครงการของบประมาณไปยังคณะรัฐมนตรีแล้วแต่จะถูกตัดทอนงบประมาณ และได้งบประมาณมาพัฒนาไม่เป็นไปตามแผนโครงการที่เสนอไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางการเกษตรและโครงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด สำหรับงบประมาณกลุ่มจังหวัดดังกล่าวรัฐบาลได้จัดสรรมาทั้งสิ้น จำนวน 3,565 ล้านบาท แยกเป็นงบประมาณด้านการพัฒนาศักยภาพสินค้าการเกษตรจำนวน 2,870 ล้านบาท ด้านการส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยว จำนวน 695 ล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะได้นำข้อปัญหาของกลุ่มจังหวัด 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง สรุปเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีได้มีการทบทวนพิจารณาโครงการต่างๆเพื่อสนับสนุนงบประมาณลงมาพัฒนาพื้นที่กลุ่มจงหวัดดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ นายออมสินยังได้กำชับให้ ผู้ว่าฯทั้ง 4 จังหวัด ได้เร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้ลดการเพาะปลูกข้าวหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน จนกว่าจะผ่านพ้นสภาวะภัยแล้ง

201702161355042-20021028190207

ด้านนายวีระศักดิ์  วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้รายงานสภาพถึงปัญหา อุปสรรค รวมถึงแนวทางในการพัฒนาจังหวัดพิจิตร โดยบึงสีไฟคือนโยบายหลักที่จังหวัดพิจิตรต้องการดำเนินการให้สำเร็จทั้งโครงการขุดลอกบึงสีไฟให้ลึกกว่าที่เป็นอยู่เพื่อรองรับน้ำให้ถึง 12 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปัจจุบันที่สามารถรองรับน้ำได้เพียง 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการปรับปรุงซ่อมแซม อควอเรียม หรือที่ชาวพิจิตร รู้จักในนาม ศาลาเก้าเหลี่ยม ให้มีความทันสมัย น่าดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่สำคัญ เพื่อให้สมพระเกียรติที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดอควอเรี่ยมแห่งนี้

ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. นายออมสิน ได้เดินทางมาที่ ศาลาบึงสีไฟ  ซึ่งเป็นบึงใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ เนื้อที่ 5,390 ไร่  ซึ่ง เป็นแหล่งเชิดหน้าชูตาของจังหวัดพิจิตร  เพื่อตรวจเยี่ยม  ปรากฏว่าได้ มีประชาชน ประชาชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน กว่า 200 คน  มาให้การต้อนรับพร้อมกับ ขอให้ทางนายออมสิน ช่วยผลักดันงบประมานในการพัฒนาบึงสีไฟ  จำนวน 817 ล้านบาท ที่ถูกแขวนไว้ ทำให้แผนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและพัฒนาแหล่งน้ำบึงสีไฟชะงัก  โดยนายออมสิน ได้รับปากกับประชาชนว่าจะไปติดตามงบประมาณให้ว่าติดขัดอะไร  พร้อมกับเสนอแนะนายวีระศักดิ์ว่า หากได้รับงบประมาณมา จะต้องขุดลอกบึงสีไฟ ให้ลึก จะได้ทำเป็นแกล้มลิงแนวพระราชดำริ

Advertisement

201702161355056-20021028190207

นายออมสิน เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกลุ่มจังหวัดซึ่งผมเองรับผิดชอบ การมารับฟังการดำเนินการแต่ละจังหวัดเรื่อการของบการสนับสนุนในอำนาจ อนุมัติของรัฐมนตรี  ผมเองจะกลับไปดูแต่ละจังหวัดเสนอขอมา  โดยขณะนี้มีงบประมาณส่วนหนึ่งที่ยังค้างท่ออยู่คืองบเหลือจ่าย ซึ่งมีอยู่กว่า 10,000 ล้านบาท ที่ทางรัฐมนตรี ยังไม่ได้อนุมัติ ให้ ผมจะไปติดตามให้ตามที่ผู้ว่าแต่ละจังหวัดเสนอมา

“ในส่วนของบึงสีไฟ วันนี้ผมเองมาเห็นแล้วก็อยากให้มีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพิจิตร แล้วจังหวัดอื่นจะได้มาชมผมเห็นเด็กๆ นักเรียนนักศึกษามาดู มาเที่ยวเพื่อเรียนรู้เรื่องของธรรมชาติ ของบึงสีไฟ  ดังนั้นผมจะไปติดตาม งบดังกล่าวที่ ทางผู้ว่าพิจิตรขอไป 817ล้าน ติดปัญหาอะไร นอกจากนี้ ผมเองก็อยากจะเห็นว่า กลุ่มจังหวัดที่ผมเองดูแลจะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นและเป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง  แต่เหนือสิ่งอื่นใด หากบึงสีไฟ ได้รับการพัฒนาแล้วจะต้องช่วยกันรักษา เพราะสิ่งๆทั้งหลายทั้งมวลจะต้องชำรุดไปโดยธรรมชาติ ด้วยฝีมือของ ประชาชนเองเพราะฉะนั้นต้องช่วยกันดูแลรักษาสิ่งที่เราจะทำให้ ซึ่งจะต้องอยู่ เป็นสมบัติของคนพิจิตรต่อไป” นายออมสิน กล่าว