นครบาล เปิดปฏิบัติการ ‘โค่นอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง’ หลังก่อเหตุอุกอาจไล่ยิงอริกลางถนนลาซาล ขยายผลรวบ ‘ออม’ หน้าที่ดักรอ ชี้เป้า
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. นำทัพเปิดปฏิบัติการ “โค่นอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง” หลังก่อเหตุไล่ยิงคู่อริกลางถนนลาซาล-แบริ่ง โดยนำกำลังกว่า 100 นาย บุกเข้าค้นเซฟเฮาส์ 5 จุด รวบตัวการสำคัญได้ ตรวจยึดอาวุธปืน 38 กระบอก กระสุนกว่า 800 นัด พร้อมยุทธภัณฑ์จำนวนมาก

ที่น่าตกใจคือมีชาวบ้านมาฟ้องพฤติกรรมสุดกร่าง ข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่สั่งห้ามให้ตำรวจดูกล้อง ไม่งั้นจะยกพวกมาเผาบ้าน ล่าสุดขยายผลยังพบว่ากองโจรกลุ่มนี้เป็น “หัวเชื้อ” คอยแบ๊กอัพให้กลุ่มช่างกลชื่อดังย่านบรรทัดทอง มีหัวหน้าซุ้มเป็นศิษย์เก่าช่างกลชื่อดัง พัวพันธุรกิจสีเทา พล.ต.ท.สำราญถึงกับประกาศว่า “ต้องเอาให้เหี้ยน”

ล่าสุด เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สําราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ภพธร จิตรหมั่น รอง ผบก.น.5, พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ศิรณวชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา, พ.ต.ท.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ รอง ผกก.สส.สน.บางนา, พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบนครบาล, สืบสวน น.5 และ สน.บางนา พร้อมด้วยกำลังพลกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “โค่นอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง”
ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายดนัย บางข่า หรือ ออม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.376/2567 ลงวันที่ 2 ก.ค.67 ได้ที่คอนโดชื่อดังแห่งหนึ่ง ซอยด่านสำโรง 11 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอันเป็นความผิดฐานซ่องโจร, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน, ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ, ชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้
พร้อมกันนี้ได้นำหมายค้นศาลบุกทลายเซฟเฮาส์ “อิทธิพลมืดวัดด่านสำโรง” 5 จุด ดังนี้
1.บ้านในหมู่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.660/2567 ลงวันที่ 2 ก.ค.67
2.บ้านในหมู่ 6 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.661/2567 ลงวันที่ 2 ก.ค.67
3.บ้านในหมู่ 2 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.662/2567 ลงวันที่ 2 ก.ค.67
4.คอนโดชื่อดังภายในซอยด่านสำโรง 11 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.663/2567 ลงวันที่ 2 ก.ค.67
5.บ้านในหมู่ 8 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.664/2567 ลงวันที่ 2 ก.ค.67

ผลการตรวจค้นพบ ดังนี้
1.อาวุธปืน 38 กระบอก
2.กระสุนปืนกว่า 800 นัด
3.เงินสด 127,000 บาท
4.สมุดบัญชีธนาคาร 16 เล่ม
5.โฉนดที่ดิน 10 ฉบับ
6.คู่มือจดทะเบียนรถ 15 เล่ม
6.โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
7.รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 6 คัน พร้อมอุปกรณ์ส่วนควบ
8.ยุทธภัณฑ์ผิดกฎหมายจำนวนหลายรายการ
พฤติการณ์กล่าวคือ “อิทธิพลเถื่อน” จากเหตุอุกอาจเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.67 บริเวณสามแยกไฟแดงลาซาล-แบริ่ง (ตัดใหม่) แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ยกโขยงขับรถจักรยานยนต์ไล่ล่าก่อนจะยิงจอดและตั้งป้อม ยิงใส่รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ แม้จะเป็นระยะเกือบ 100 เมตร แต่กระสุนพุ่งเข้าศีรษะของ นายเจษฎา วิริยะ ที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับอย่างแม่นยำจนทำให้เสียชีวิต จากนั้นคนขับที่รอดชีวิตพยายามขับหนี กระทั่งขับปีนข้ามเกาะกลางถนนสวนเลนไปอย่างทุลักทุเล แต่ขบวนรถจักรยานยนต์กลุ่มคนร้ายยังคงขับติดตามไล่ยิงอย่างต่อเนื่อง

หลังเกิดเหตุอุกอาจ พล.ต.ท.ธิติ สั่งการทันทีให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 นำกำลังชุดสืบนครบาล, กก.สส.บก.น.5 และสืบสวน สน.บางนา ลงพื้นที่สืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายจนสืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มหัวโจกในพื้นที่ละแวกซอยวัดด่านสำโรง เคยร่วมกันก่อคดีในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ อาทิ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันทำร้ายร่างกาย, ร่วมกันปล่อยเงินกู้, ร่วมกันบุกรุก โดยก่อเหตุลักษณะนี้มาไม่ต่ำกว่า 10 คดี ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเดิมกลุ่มคนร้ายมักจะก่อเหตุแต่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ แต่คราวนี้มาก่อเหตุเลยเขตแดน จ.สมุทรปราการเพียง 100 เมตร ถือเป็นอำนาจการสืบสวนสอบสวนของนครบาล
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า การที่มีกลุ่มคนร้าย จำนวน 23 คน ขี่จักรยานยนต์ยั่วยุล่อลวงนายวรเชษฐ หรือเฮิร์ท และนายเจษฎา ให้ขับรถยนต์ออกมาจากร้านอาหาร ก่อนจะมีอีกกลุ่มคอยดักใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เป็นเหตุให้ นายเจษฎา เสียชีวิต ที่บริเวณสามแยกไฟแดงลาซาล-แบริ่ง (ตัดใหม่) แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า โดยในปกติกลุ่มผู้ต้องหาไปอยู่ในพื้นที่รอยต่อ สมุทรปราการ – กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 และมีประวัติในการก่อเหตุในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 มาโดยตลอด แต่ในครั้งนี้เหตุการณ์มาเกิดในพื้นที่ของตำรวจนครบาล จึงทำให้ในช่วงเช้าวันนี้มีการเปิดปฏิบัติการค้น 5 จุด และตรวจค้นผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมีทั้งหมด 2 คน จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนจำนวนหลายกระบอกเนื่องจากหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหานั้นชอบสะสมปืน และปืนส่วนใหญ่ก็มีทะเบียนแต่จะต้องตรวจสอบว่าเลขทะเบียนนั้นตรงกับกรมการปกครองหรือไม่ รวมถึงพบรถจักรยานยนต์มอเตอร์ไซต์ที่ใช้ในการก่อเหตุบางส่วน
จากการตรวจค้นครั้งนี้พบหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งจะสามารถขยายผลไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ได้ โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนผู้ต้องหาก่อนที่จะออกหมายจับ ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 20 คน โดยจะเร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า การตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันไปก่อเหตุมีมากถึง 23 คน และยังพบเบาะแสว่ากลุ่มคนร้ายนี้เป็น “หัวเชื้อ” ผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุของกลุ่มนักศึกษาช่างกลชื่อดังใจกลางกรุงในอีกหลายๆ คดี และที่เห็นว่าต้องใช้มาตการขั้นเด็ดขาด เกิดจากเหตุการณ์ระหว่าง “ผู้การจ๋อ” นำกำลังชุดสืบนครบาลลงพื้นไล่กล้องวงจรปิดจนถึงบริเวณภายในซอยแบริ่ง 48/9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบชาวบ้านในละแวกต่างมีอาการหวาดผวาอย่างผิดปกติ ไม่กล้าให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพราะถูกทนายของกลุ่มคนร้ายมาข่มขู่ว่า หากให้ตำรวจดูกล้องวงจรปิด จะยกพวกมาเผาบ้านและชาวบ้านยังแจ้งอีกว่าเหตุที่กลุ่มคนร้ายก่อเหตุซ้ำๆ ซากๆ

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุสามารถลอยหน้าลอยตาได้ เพราะมีทนายเป็นผู้ตามล้างตามเช็ดเรื่องคดีนี้กับกลุ่มคนร้าย เมื่อชุดสืบสวนทราบเรื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ก็ตระหนักได้ว่าครานี้ไม่ใช่การสู้กับผู้ร้ายทั่วไปแต่ต้องต่อสู้กับอิทธิพลเถื่อน จนช่วงเช้าตรู่นำกำลังชุดสืบนครบาล พยัคฆ์ร่ายเทพนคร, กก.สส.บก.น.5 และ สน.บางนา กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “โค่นอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง” นำหมายค้นศาลบุกทลายเซฟเฮาส์ 5 จุด ก่อนจะรวบตัวการสำคัญได้
หลังการจับกุมล่าสุดขยายผลทราบว่า หัวหน้าของกลุ่มคนร้ายคือ นายเพชร และ นายไปป์ ซึ่งทั้งสองเป็นอดีตนักศึกษาช่างกลชื่อดังย่านบรรทัดทอง และยังพัวพันธุรกิจสีเทาอีกด้วย

