ตรวจสอบภายใน กทม. พบพิรุธอื้อ ‘จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย’ ยังไม่ฟันใคร เพราะอยู่ในกรอบเวลาการสอบสวน
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า มีการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2567 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัด กทม., น.ส.เต็มศิริ เนตรทัศน์ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย
นางวันทนีย์กล่าวว่า จากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบภายใน (สตน.) พบว่าการตั้งราคากลางเมื่อเทียบกับท้องตลาด พบว่ามีความแตกต่างอย่างมาก จึงมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง และมีข้อเสนอให้มีคณะกรรมการกลางกำหนดราคากลาง สำหรับครุภัณฑ์ที่ไม่มีราคากลาง เพื่อให้เป็นแนวทางของ กทม.ที่จะควบคุมได้ส่วนหนึ่ง

นางวันทนีย์กล่าวด้วยว่า จุดที่ติดตั้งดครื่องออกกำลังกาย มีสเปคสูงเกินความจำเป็น และบางพื้นที่ไม่มีความพร้อมกับการใช้ เพราะไม่มีอินเตอร์เน็ตไร้สายที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องออกกำลังกาย ต่อมาการควบคุมครุภัณฑ์และสัญญา มีบางชิ้นเสียหายที่ต้องซ่อมแซม ผู้รับจ้างไม่เข้ามาดำเนินการตามระยะเวลาในสัญญา สตน.มีข้อเสนอให้หน่วยงานควรมีการควบคุมครุภัณฑ์ ตามระเบียบที่กำหนดไว้ จึงมีการส่งหนังสือไปยังสำนักการคลังให้มีการเน้นย้ำเรื่องนี้ ส่วนคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยังไม่สามารสรุปข้อมูลได้ แต่ยังอยู่กรอบระยะเวลาการสอบสวน
ด้าน น.ส.เต็มศิริกล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการติดตามการต่อต้านทุจริตของกรุงเทพมหานคร (ศตท.กทม.) ได้ลงพื้นที่ภายใน 7 วัน พบข้อพิรุธบางอย่าง หลังจากนั้นเข้าสู่กระบวนการทางวินัย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และปกป้องเจ้าหน้าที่ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ หากไม่ได้ทำตามขั้นตอนจะมีผลร้ายกลับมา หากมีการฟ้องให้ยกเลิกคำสั่ง เพราะไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

น.ส.เต็มศิริกล่าวว่า การดำเนินการทางวินัย ต้องดำเนินตามกรอบเวลา ที่กฎ ก.ก.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย ซึ่งต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแสดงหลักฐาน ระยะเวลาต้องเป็นไปตามกระบวนการที่กฎหมายรองรับ และให้สิทธิกับผู้ถูกร้อง เมื่อสอบสวนแล้วเสร็จจะทำรายงานเสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโทษ
ด้าน นายชัชชาติกล่าวว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ส่งรายงานความคืบหน้าการสอบสวนภายใน 7 วัน มาให้แล้ว แต่เป็นข้อมูลชั้นความลับยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งคณะกรรมการฯ มีการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนกลับคืนมา ซึ่งต้องทำทำกฎระเบียบอย่างรอบคอบ และจะมีการชี้แจงหลังกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้น

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เตือนว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในที่ประชุมวันนี้ก็ได้ย้ำกับ ผอ.ทุกสำนัก เรื่องความโปร่งใสเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และเราไม่อดทนต่อการทุจริตทั้งสิ้น ถ้ามีใครถูกบังคับ ถูกแอบอ้าง ให้แจ้งผมได้โดยตรงเลย ไม่ต้องเกรงใจ อย่าให้ใครมาบังคับข่มขู่ได้ทั้งสิ้น” นายชัชชาติกล่าว

