วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ภายหลังนำเสนอชีวิตของน้องวีซ่า เด็กที่มีความผิดปกติที่อวัยวะเพศคือมีสองเพศในคนเดียวกัน และนางกิ่งแก้ว สุขแสง หญิงชาว สปป.ลาว ที่เป็นมารดาอุ้มท้อง 8 เดือน โดยนายธีรภัทร เสมอ วัย 37 ปี สามีได้เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งนั้น ครอบครัวนี้ต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบากอย่างมาก เนื่องจากขาดรายได้และไม่สามารถเข้ารับสวัสดิการทางสุขภาพที่มีอยู่ได้ ล่าสุดนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเยี่ยมและดูข้อเท็จจริงเพื่อหาทางช่วยเหลือแล้ว นายวัฒนา พุฒิชาติ กล่าวว่า ความจริงแล้วหญิงลาวผู้นี้มีทะเบียนสมรสกับคนในจังหวัดแพร่ ก็ถือเป็นครอบครัวคนไทย ลูกที่กำลังป่วยก็เป็นคนไทย ในเบื้องต้นคิดว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงสวัสดิการ เช่น การไปคลอดที่โรงพยาบาลน่าจะได้รับการบริการตามสิทธิขึ้นพื้นฐาน ไม่ควรให้เป็นภาระของมารดาที่ต้องหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล กรณีเด็ก 2 เพศ ซึ่งอาจต้องมีค่ายาที่ต้องจ่ายนอกเหนือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือไม่ ต้องดูในข้อกฎหมาย ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่โดยเร่งด่วน
นายเจษฎา แก้วศล ประธานอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนายธีรภัทร เสมอ สามีของนางกิ่งแก้วชาวลาวครอบครัวนี้ เป็นอาสาสมัคร อพปร. ซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้อาสาพัฒนาชุมชนได้เข้าไปช่วยงานศพและทราบเรื่องเหล่านี้ พบว่าการบริการทางการแพทย์คนไทยยังเข้าไม่ถึง เด็กที่มีความพิการมี 2 เพศ การรักษาต้องเสียเงินจำนวนมาก ทำให้ต้องหยุดรักษาไป และล่าสุดนางกิ่งแก้วที่ตั้งท้อง 8 เดือนครึ่งจะต้องไปคลอดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแพร่ จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลกว่า 6,000 บาท ซึ่งครอบครัวนี้ยากจนมาก เขาอาจต้องทำคลอดกันเองในบ้าน ปัจจุบันหมอตำแยก็ไม่มีบริการในชุมชนแล้ว
“ในเมื่อพึ่งพาระบบสวัสดิการของรัฐไม่ได้ เด็กสองเพศก็คงต้องเป็นปมด้อยติดตัวไปตลอด ในฐานะประธานอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่ ขอให้สังคมให้ความสนใจและหันมาให้ความช่วยเหลือคนละเล็กละน้อย เพื่อสมทบทุนไปให้ค่ารักษาพยาบาลจะเป็นทางออกที่ดีกว่ารอระบบสวัสดิการ ที่บอกว่าระบบสุขภาพถ้วนหน้าคงไม่ใช่แล้ว ผู้ใจบุญที่สนใจจะบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวนี้ติดต่อมาที่ชมรมอาสาพัฒนาจังหวัดแพร่ทางโทรศัพท์ 08-6433-3679 ได้ตลอดเวลา ทางชมรมจะเป็นตัวกลางในการจัดการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวให้สามารถไปทำคลอดในโรงพยาบาลได้ต่อไป ส่วนเด็กที่ผิดปกติทางร่างกายคือมีสองเพศนั้นคงต้องปรึกษาหลายฝ่ายเพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป” นายเจษฎา กล่าว
ด้านนายชาตรี คันทะวงศ์ ทนายความอาสา กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่น่าเกิดขึ้นในจังหวัดแพร่ เนื่องจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีอยู่พร้อมแล้ว แต่ทำไมจึงเข้าไม่ถึง ความจริงแล้วสวัสดิการขึ้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นชาติใดที่แต่งงานกับคนไทยก็น่าจะได้รับ ซึ่งอาจต้องสะท้อนไปถึงกลไกของรัฐที่มีระเบียบมากมายในการป้องกันสิทธิการเป็นพลเมืองไทย และทราบว่าครอบครัวนี้ต้องการโอนสัญชาติของภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งระเบียบมีอย่างไรนั้นต้องมาศึกษากัน อาจทราบได้ว่าก่อนหน้านี้มีการไม่ให้โอนสัญชาติเพราะเหตุใด หรือเป็นช่องทางของมิจฉาชีพทำให้ครอบครัวนี้ขาดโอกาสการเข้าถึงสวัสดิการไปอย่างน่าเสียดาย

