หน้าแรก ในประเทศ ชายเร่ร่อนกลา...

ชายเร่ร่อนกลายเป็นศพริมฟุตปาธเยื้องห้างดังเมืองขอนแก่น คาดหนาวจนหัวใจวายดับ

17.02.17 | 11:00 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ต.เอกสิทฏ์ ศิรสิทธิ์พงศ์พล สว.สอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งพบศพชายนอนหนาวตายอยู่บริเวณริมฟุตปาธ ถนนศรีจันทร์ เยื้องห้างเซ็นโทซ่าศรีจันทร์ ใกล้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.) วิทยาเขตขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น รับแจ้งแล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พญ.อัมพร แจ่มสุวรรณ แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น และหน่วยกู้ภัยสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ

ที่เกิดเหตุพบศพ ทราบว่าเป็นคนเร่ร่อนนอนตายอยู่ริมฟุตปาธในสภาพนอนขดตัวในผ้าห่ม เปิดผ้าห่มออกดูพบว่าผู้ตายนอนถอดเสื้อออกหมด ท่อนบนเปลือยเปล่า สวมเพียงกางเกงในตัวเดียว โดยมีเสื้อผ้ากองไว้ข้างลำตัว ทราบชื่อภายหลังว่านายสุวรรณ ไชยพรมน้ำ อายุ 51 ปี ข้างศพพบถุงพลาสติกหูหิ้ววางอยู่กับกองเสื้อผ้า ภายในมียารักษาโรคหัวใจของโรงพยาบาลขอนแก่นอยู่เป็นจำนวนมาก

จากการสอบสวนนางทองใส ขันทอง อายุ 56 ปี ช่างเย็บผ้าอยู่ริมฟุตปาธ บอกว่าตนคุ้นเคยกับนายสุวรรณผู้ตายเป็นอย่างดี เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (วันที่ 16 กุมภาพันธ์) ผู้ตายได้เดินลงจากรถโดยสารฝั่งตรงข้ามแล้วเดินมานั่งพักที่จุดเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ได้ทักทายผู้ตายว่า “จะไปไหน” ผู้ตายตอบว่า “จะกลับบ้านที่ยโสธร” แล้วเปรยกับตนว่าหนาวตลอดเวลา ตนสงสารจึงได้หาข้าวให้ผู้ตายกิน และได้ร่วมกับคนรู้จักกันแถวนั้นช่วยกันบริจาคเงินให้กับผู้ตายเป็นค่ารถกลับบ้านที่ จ.ยโสธรด้วย

นางทองใสกล่าวต่อว่า กระทั่งเช้าวันนี้ เวลา 06.00 น. ตนมาพบว่าผู้ตายนอนนิ่งอยู่จุดเดิม จึงเข้าไปถามผู้ตายว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผู้ตายบอกว่าหนาวๆๆ แต่สงสัยว่าทำไมถึงได้ถอดเสื้อผ้าออกหมดจนเหลือแต่กางเกงในทั้งที่บ่นว่าหนาว จึงไปเอาผ้าห่มมาห่มให้ผู้ตายเพื่อคลายความหนาว กระทั่งเวลา 09.00 น. ตนเห็นผู้ตายนอนเงียบนานผิดปกติจึงเดินเข้าไปดู พบว่านอนตายตัวแข็งทื่อ ร่างกายเย็นเฉียบ จึงได้โทรแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากโรคหัวใจที่เป็นโรคประจำตัวกำเริบหนัก ประกอบกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นในตอนกลางคืนจนเกิดหัวใจวายฉับพลันในที่สุด จึงได้มอบให้มูลนิธิฯ นำศพผู้ตายไปไว้ที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลศรีนครินทร์ พร้อมกับติดต่อให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Advertisement