ท้องอืดอย่าปล่อยไว้ ยายคลำท้องหลาน 4 ขวบเจอก้อน ส่งรพ.พบ ‘เนื้องอกรังไข่’ เร่งผ่าตัด

5.07.24 | 15:05 น.

เนื้องอกรังไข่ ในเด็ก พบไม่บ่อยแต่ไม่ควรมองข้าม ปวดท้อง ท้องอืดคลำได้ก้อนในท้อง ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม แพทย์หญิงกนิษฐา มั่นเข็มทอง กุมารแพทย์ สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลนครพิงค์ ได้แชร์เคสผู้ป่วยเป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ระบุว่า เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ปวดท้องน้อย 1-2 วันก่อนมาโรงพยาบาล คุณยายสังเกตว่าเด็กท้องอืดโตขึ้น และต่อมาอาการปวดท้องเป็นมากขึ้น ผู้ปกครองจึงพามาโรงพยาบาล

สูตินรีแพทย์ได้ตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบว่ามีก้อนเนื้องอกที่ปีกมดลูกขนาดใหญ่
ได้รักษาด้วยการผ่าตัด พบว่ามีเนื้องอกที่รังไข่ข้างซ้ายและมีการบิดขั้วของตัวรังไข่ จึงได้ทำการตัดก้อนเนื้องอกออก การผ่าตัดเรียบร้อยดี ผลชิ้นเนื้อ พบเป็นเนื้องอกธรรมดาของรังไข่ ไม่ใช่เนื้อร้าย ผู้ป่วยได้รับการดูแลหลังผ่าตัด และมีนัดตรวจติดตามอาการและเฝ้าระวังการเกิดเนื้องอกซ้ำ

เนื้องอกรังไข่ในเด็ก เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยในเด็ก แต่พบได้ทุกช่วงอายุ สาเหตุแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยในเด็กมักจะเป็นเนื้องอกธรรมดา หรือถุงน้ำที่รังไข่ที่ไม่ใช่เนื้อร้าย มีเพียง 3-8% เท่านั้นที่เป็นมะเร็งที่รังไข่ (คิดเป็น 1% ของมะเร็งในเด็ก) โดยในส่วนของมะเร็งมักเกิดจากมะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ของรังไข่ (Germ cell tumor)

อาการของเนื้องอกรังไข่ส่วนใหญ่ มักเริ่มจากการมีท้องอืด คลำได้ก้อนในท้อง ปวดท้อง รวมถึงอาการกดเบียดของก้อนไปที่อวัยวะข้างเคียง ได้แก่ อาเจียน ขับถ่ายผิดปกติ ซึ่งมีความสำคัญที่ผู้ปกครองควรสังเกตอาการและพาบุตรหลานมาพบแพทย์

Advertisement

การวินิจฉัยโรคแยกโรคอาศัยลักษณะอาการของผู้ป่วย ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่

  • การตรวจทางรังสีวิทยา เช่น การตรวจคลื่นความถี่สูง หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูรอยโรคและการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
  • การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) ได้แก่ AFP, B-HCG, CA-125, CA19-9 อาจพบค่าสูงกว่าปกติได้ในกรณีที่เป็นมะเร็ง
  • การวินิจฉัยและการรักษาต้องอาศัยการผ่าตัดเป็นหลัก เพื่อตัดเอาก้อนมาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อจำแนกชนิดและดูความเป็นมะเร็งรวมถึงประเมินการกระจายของโรคไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียง

เนื้องอกรังไข่ที่ไม่ใช่มะเร็ง ส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นถุงน้ำ อาจเป็นถุงน้ำปกติ เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ หรือเป็นหนองจากการติดเชื้อในช่องท้อง ก้อนมักมีขนาดไม่ใหญ่ (<8-10 cm) บางครั้งพบการบิดขั้วทำให้มีอาการปวดท้องแบบรุนแรงได้

เนื้อร้ายที่พบบ่อยที่ตำแหน่งนี้คือ มะเร็งเซลล์สืบพันธุ์ของรังไข่ เป็นเนื้องอกของเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ (Germ cell tumor) พบมากเป็นลำดับที่ 5 ของโรคมะเร็งในเด็ก พบบ่อย 2 ช่วงอายุ คือ ในอายุ 1-4 ขวบ และ 15-19 ปี อาการมักค่อยเป็นค่อยไป ร้อยละ 85% สามารถคลำได้ก้อนที่ท้องน้อยตรงอุ้งเชิงกราน ร้อยละ 10-15 มีปวดท้องแบบรุนแรงจากการมีเลือดออก การบิดขั้ว หรือการแตกออกของก้อนมะเร็ง การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด และให้เคมีบำบัด หากทำการผ่าตัดได้ยาก อาจพิจารณาให้การรักษาเคมีบำบัดก่อนเพื่อลดขนาดของก้อนเพื่อให้ผ่าตัดง่ายขึ้น