เพื่อนบ้านเล่านาที บุกช่วยยายวัย 70 ถูกชายเร่ร่อน ทำร้าย หวังย่ำยี พร้อมฉกของมีค่า ก่อนหลบหนี

5.07.24 | 16:33 น.

เพื่อนบ้านเล่านาที บุกช่วยยายวัย 70 ถูกชายเร่ร่อน ทำร้าย หวังย่ำยี พร้อมฉกของมีค่า ก่อนหลบหนี


เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. วันที่ 5 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสูงอายุถูกทำร้ายร่างกาย มัดมือมัดเท้า และถูกเทปปิดปาก ในบ้านพัก ซอยฟาร์มวัฒนา ถนนพระราม 4 เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

ต่อมา พันตำรวจเอกวชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน กล่าวว่า หลังสอบปากคำ คุณยายเล่าให้ฟังว่า พักอาศัยอยู่บ้านคนเดียว โดยเปิดเป็นร้านขายของชำ ปกติจะเปิดช่วงเวลา 05.00-06.00 น. เพื่อใส่บาตรตอนเช้า แต่มีคนร้ายทำทีเข้ามาซื้อของ แล้วแอบไปซ่อนตัวบริเวณชั้น 2 ของบ้านโดยคุณยายไม่ทราบ เมื่อคุณยายเดินขึ้นไปไหว้พระชั้น 2 คนร้ายได้พยายามใช้กำลังผลักคุณยายเข้าไปในห้องนอน ก่อนใช้เทปมัดมือเท้าปาก และต่อยเข้าบริเวณหน้า 1 ครั้ง ก่อนนำทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสร้อยพระ 5 เส้น มูลค่าประมาณ 5,000 บาท กระโดดจากชั้น 2 หลบหนีไป ซึ่งคุณยายระบุว่า คนร้ายอายุประมาณ 40-50 ปี แต่งกายคล้ายคนเร่ร่อน และยืนยันว่า จำหน้าคนร้ายได้ อย่างไรก็ตาม คุณยายบอกว่า เจ็บที่บริเวณอวัยวะเพศ ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนจะมีการทำอนาจารหรือไม่ ต้องรอแพทย์ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุต่อไป

Advertisement

ต่อมาเวลา 12.30 น. คุณต้อย เพื่อนบ้าน วัย 63 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนจะออกมาขายของบริเวณด้านหน้าบ้านของคุณยายทุกเช้าตามปกติ ซึ่งวันนี้เป็นวันพระ คุณยายก็มาซื้อน้ำเต้าหู้ และตนได้สั่งข้าวใส่บาตรกับยายเอาไว้ หลังจากที่คุณยายนำข้าวมาให้ตนก็กลับเข้าบ้านไป แล้วก็หายไปเลย จากนั้นก็มีลูกค้ามาซื้อของที่ร้านของยาย แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่เดินออกมา จนกระทั่งเพื่อนบ้านเรียกว่าให้ออกมาใส่บาตรเนื่องจากพระมาแล้ว แต่คุณยายก็ไม่ออกมา จึงเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ก่อนที่นายแบ๋ม เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ มาซื้อน้ำเต้าหู้ร้านตน แต่ตนไม่มีเงินทอน ตนจึงให้นายแบ๋มไปแลกเงินกับร้านคุณยาย เรียกอยู่นานแต่คุณยายก็ไม่ออกมา จึงไปเรียกเพื่อนที่เป็นผู้หญิงให้ขึ้นไปดูด้วยกัน เพราะเป็นผู้ชายไม่กล้าขึ้นไปคนเดียว เมื่อขึ้นไปจึงเห็นว่ายายนอนคว่ำหน้าอยู่ ตอนแรกเข้าใจว่าคุณยายน็อกเป็นลม จึงให้เรียกรถพยาบาล แต่เมื่อเปิดไฟ และหน้าต่าง จึงเห็นว่าคุณยายโดนมัดมืออยู่ รวมทั้งมีผ้าขี้ริ้วยัดปาก และเทปใสปิดปากทับอีกครั้ง มีเชือกฟางรัดคอ และอยู่ในสภาพหายใจรวยริน อีกทั้งกางเกงยังถูกถอดออก ทั้งสองคนต่างตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือ

คุณต้อย กล่าวว่า ยายเล่าให้ตนฟังว่า ผู้ก่อเหตุลักษณะคล้ายคนเร่ร่อน ร่างใหญ่ มีหนวดมีเครา เข้ามาทำทีมาซื้อของ ก่อนจะผลักคุณยายให้ขึ้นไปบนชั้น 2 ของบ้าน คุณยายก็บอกไปว่า ถ้าหากว่าจะเอาเงินจะลงไปเอาให้ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ลากคุณยายขึ้นไปเลย ก่อนจะชกเข้าที่หน้า 1 ครั้ง ทำให้เลือดกบปาก ก่อนจะถอดเสื้อผ้าและขึ้นคร่อมคุณยาย ซึ่งคุณยายก็รู้สึกสับสนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำ ในระหว่างที่นั่งอยู่ก็พบว่ามีรอยคราบน้ำอสุจิติดอยู่ที่กางเกง ซึ่งจากที่ตนดูทั้งคราบ สี และกลิ่น คล้ายกับน้ำอสุจิจริงๆ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไปเป็นหลักฐาน ทั้งนี้ จากการสอบถามคุณยายว่าได้รับบาดเจ็บส่วนไหนอีกหรือไม่ คุณยายบอกว่าเจ็บบริเวณหลังเท่านั้น

ทั้งนี้ ตนคิดว่าหากไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือ ยายคงเสียชีวิต เนื่องจากตอนที่ไปถึงคุณยายมีสภาพหายใจรวยริน เนื่องจากถูกปิดปาก ทำให้หายใจไม่ออก

อย่างไรก็ตามทุกคนรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากเพราะช่วงที่เกิดเหตุก็มีคนอยู่บริเวณหน้าบ้านของคุณยายประมาณ 3-4 คน แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ทั้งนี้ ตนคิดว่าคนร้ายออกไปทางบริเวณด้านหลัง เพราะด้านหลังมีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่ และเพื่อนบ้านอีกหลังหนึ่งได้ยินเสียงบริเวณหลังคา เพราะหากออกข้างหน้าต้องมีคนเห็นแน่นอน

ในขณะที่ คุณดำ หลานสาว เล่าให้ฟังว่า เมื่อตนทราบข่าวตนก็ตกใจมาก จึงรีบเดินทางมายังบ้านของคุณยาย แต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน คุณยายอาศัยอยู่ที่นี่กับสามีมาประมาณ 30 ปี แต่สามีคุณยายเพิ่งเสียไปเมื่อช่วงโควิด-19 พยายามจะพาคุณยายไปอยู่ที่บ้านตนแถวพุทธมณฑล ด้วยแต่คุณยายไม่ยอมทิ้งที่นี่ไป ตนจึงนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้ เพื่อจับภาพบริเวณทางเข้าด้านหน้าบ้าน แต่คุณยายบอกว่าเปลืองไฟกลัวไฟฟ้าชอร์ต จึงถอดปลั๊กออก ทั้งนี้ ตนต้องขอบคุณเพื่อนบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือคุณยาย ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะพาคุณยายไปอยู่ที่บ้านด้วยเพื่อความปลอดภัย