รวบ โด้ วัดด่าน ร่วมแก๊งยิงคู่อริกลางถ.ลาซาล-แบริ่ง เจ้าตัวอ้างแค่นั่งซ้อนท้ายจยย.เพื่อน 

6.07.24 | 11:42 น.

สืบนครบาล รวบ โด้ วัดด่าน ร่วมแก๊งยิงคู่อริกลางถ.ลาซาล-แบริ่ง เจ้าตัวอ้างแค่นั่งซ้อนท้ายจยย.เพื่อน 


เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.25 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น)., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.3 สืบนครบาล จับกุมตัวนายอนุชา หรือโด้ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 384/2567 ลงวันที่ 3 ก.ค. 67 ข้อหา “สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอันเป็นความผิดฐานซ่องโจร, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน, ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ, ชักหรือแสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้” โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณภายในซอยเทพารักษ์ 18 ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

การจับกุมครั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลา 03.00 น. บริเวณสามแยกไฟแดงลาซาล-แบริ่ง (ตัดใหม่) แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ยกพวกไล่ยิงคู่อริ โดยขับขี่รถจยย. ไล่ล่า ก่อนจอดรถ ตั้งป้อมและใช้อาวุธปืน ยิงไปที่รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีดำ เป็นเหตุให้นายเจษฎา วิริยะ ที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

Advertisement

หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนนครบาลนำกำลังพยัคฆ์ร้ายเทพนคร, กก.สส.บก.น.5 และ สน.บางนา กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “โค่นอิทธิพลเถื่อนด่านสำโรง” นำหมายค้นศาลบุกทลาย “เซฟเฮาส์” แหล่งกบดาน 5 จุด ตรวจยึดอาวุธปืน 38 กระบอก กระสุนกว่า 800 นัด พร้อมยุทธภัณฑ์จำนวนมาก จากนั้นได้ขยายผลจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวนายอนุชา หรือโด้ อายุ 35 ปี ร่วมก่อเหตุด้วย

กระทั่งวานนี้ 5 กรกฎาคม เวลาประมาณ 15.25 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้นำกำลังออกติดตามไล่ล่ากระทั่งสามารถรวบตัว นายอนุชา หรือโด้ ไว้ได้

สอบสวน นายอนุชา บื้องต้น ได้ความว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เวลาประมาณ 01.00 น. ก่อนเกิดเหตุนั้น นายอนุชา กำลังพักผ่อนหลังจากเลิกงานอยู่ที่บ้านภายในหมู่บ้าน ถ.เทพารักษ์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายบัง ใช้เฟซบุ๊ก โทรมาหา นายอนุชา บอกประมาณว่า “มีเรื่องแล้ว มาหาหน่อย” นายอนุชา จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CT125 สีเหลือง ออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่เซเว่นบริเวณกลางซอยวัดด่าน ซึ่งเป็นบริเวณที่ปกติแล้วนายบัง จะไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ บริเวณดังกล่าว

แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่พบใครอยู่ และต่อมานายบังได้โทรมาหานายอนุชา อีกครั้งถามว่า “ถึงไหนแล้ว” นายอนุชา จึงบอกว่า “อยู่…แล้ว ไม่เห็นมีใครเลย” นายบังจึงบอกว่า “ให้มาหาที่โรงงาน” ซึ่งโรงงานคือเป็นที่รู้กันว่าเป็นร้านทำรถที่กลุ่มของนายบังมักไปรวมตัวกัน อยู่แถวโรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ นายอนุชาจึงได้ขับรถไปที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงก็ได้เข้าไปนั่งพูดกับนายบังและนายออม

จากนั้น ก็มีเสียงดังขึ้น แล้วคนที่อยู่ในโรงงานก็ทยอยขี่รถจักรยานยนต์ออกจากโรงงานไป นายบังบอกให้นายอนุชาไปด้วย

นายอนุชาจึงได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายบังไป จนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด นายอนุชา จึงบอกนายบังว่าอย่าเข้าไปใกล้ จากนั้น นายบังก็ขับรถตามกลุ่มไป แต่ไม่ได้เข้าไปใกล้ และขับกลับมาที่โรงงาน จากนั้น นายอนุชา ได้เอาหมวกแก๊ปสีเหลืองคืนให้นายบังไป แล้วได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CT125 สีเหลือง กลับบ้านไป

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 23 คน โดยในวันก่อเหตุผู้ต้องหาทั้ง 23 คน ขี่รถจักรยานยนต์กันมา 12 คัน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนออกหมายจับทั้งหมด 7 คน สามารถจับกุมได้ 3 คน และมอบตัวอีก 4 คน โดยมีมือปืนอยู่ด้วย 2 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ในเร็วๆ นี้ พนักงานสอบสวนกำลังไปขอศาลอนุมัติออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 12 คน อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคล ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ หรือพื้นที่ใกล้เคียง สบายใจได้ เพราะชุดสืบของนครบาลจะทำคดีนี้อย่างเต็มที่