นิค อสรพิษวิทยา ชี้แจงดรามา ไม่เคยบอกให้ใครรักงู อธิบายธรรมชาติให้เข้าใจ ไม่ประมาทจะได้ปลอดภัย

8.07.24 | 10:35 น.

นิค อสรพิษวิทยา ชี้แจงดรามา ไม่เคยบอกให้ใครรักงู อธิบายธรรมชาติให้เข้าใจ ไม่ประมาทจะได้อยู่แบบปลอดภัย

วันที่ 8 กรกฎาคม นายนิรุทธิ์ ชมงาม หัวหน้าผู้ก่อตั้งกลุ่มอสรพิษวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงู โพสต์ เฟซบุ๊ก ชี้แจงเรื่องความเข้าใจ ในการทำงาน กับธรรมชาติของงู ภายหลังจากมีดรามาในโซเชียล กล่าวหาว่า เขาปกป้องงูแบบไม่ลืมหูลืมตา โดย มีเนื้อหา ต่อไปนี้

งูเหลือมที่อินโดเขมือบคนอีกแล้ว และความไม่เข้าใจ ที่ยากจะอธิบาย
แอดมินได้แจ้งมาเรื่องของความเข้าใจของคนที่เห็นต่างจากคลิปนี้ https://www.facebook.com/nickwildlife1/videos/351586891305221/

ประเด็นคือที่ สุลาเวสี อินโดนีเซีย มีเหตุงูกินคนเข้ามาต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ก็มีเหตุเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อหญิงวัย 36 ปี ต้องออกจากบ้านไปซื้อยาให้ลูกที่ป่วย แล้วก็หายตัวไป

จนญาติๆเริ่มออกตามหา เพราะเห็นว่าผิดสังเกตุไม่นานนักสามีของเธอก็พบกับรองเท้าและกางเกงของเธอ ห่างจากบ้านไปประมาณ 500 เมตร

Advertisement

และห่างจากจุดที่พบรองเท้าประมาณ 10 เมตร ก็พบกับงูเหลือมขนาดใหญ่ที่ท้องบวมผิดสังเกตุ เขาจึงเรียกชาวบ้านมาช่วยจับและผ่าท้องงูออกดู ก็พบกับร่างของภรรยาอยู่ในนั้น

ความจริงแล้วตัวผมเองอยู่ห่างจากโลกสวยมากนัก แต่ด้วยบริบทบางอย่างที่ต้องใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านี้ มันก็ทำให้หลายๆคนมองว่าผมเข้าข้างงูเกินไป และมองว่างูเป็นมิตรที่ต้องปกป้องแบบไม่ลืมหูลืมตา…

ไม่ใช่เลย ผมไม่เคยบอกให้ใครมารักงู ผมแค่อธิบายในสิ่งที่ผมได้เห็น เพื่อให้คนเข้าใจงูมากขึ้น เราจะได้อยู่กับมันแบบปลอดภัย แต่ไม่เคยบอกให้ไว้ใจในสัญชาติญานของพวกเขา

ที่สำคัญไม่เคยบอกว่ามันไม่อันตราย และต้องระมัดระวังไม่ประมาทเสมอ

อย่างกรณีงูเหลือม เป็นงูไม่พิษ แต่เราก็ยังจัดมันอยู่ในกลุ่มงูอันตรายที่ต้องระมัดระวังอยู่เสมอ เพราะฟันมันคม และตัวมันใหญ่รัดคนได้

เพียงแต่พยายามบอกว่าอย่าไปวิตกจริตกับมันมากเกินไป ให้พอดีๆ แต่บางคนก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ กลัวมันจะกินเราอยู่นั่น

อยากให้ลองคิดดู ที่บอกว่ากรณีงูเหลือมกินคนในประเทศไทยเกิดยาก ก็เอามาจากข้อมูลที่ไม่เคยมีรายงานงูกินคนในประเทศไทยนี่แหละ ทั้งที่งูเหลือมไซส์ใหญ่ 6-8 เมตรก็น่าจะมีเยอะ

ความจริงไม่ต้องนานมาก แค่ไม่นานนี้ที่ตลาดพลูก็จับได้ตัวยาว 7 เมตร แล้วไซส์ 6 เมตรก็พบอยู่ตั้งหลายตัว เพราะเหตุใด ถึงยังไม่มีใครถูกจับกินสักคน? ลองมาช่วยกันหาคำตอบกันดู

สิ่งที่ผมบอกมันเป็นนิเวศวิทยา ที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึก ผมอาจไม่ใช่พรานป่าที่อยู่กับมานมนาน แน่นอนประสบการณ์เรื่องป่า ผมไม่สามารถเทียบได้แม้แต่นิดเดียว

แต่ผมอยู่กับงูมาทั้งชีวิต ครั้งนึงผมก็เคยท่องป่ากับนายพราน เคยมีประสบการณ์งานสำรวจกับกรมอุทยานฯอยู่หลายปี และคลุกคลีกับงูมาตลอดเวลา ชีวิตผมจึงไม่ใช่คนเมืองอย่างที่บางคนคิด

ดังนั้นสิ่งที่ผมได้บอกเล่าคือประสบการณ์ของผม ที่ได้มาจากการค้นหาคำตอบจากประสบการณ์จริง ที่ไม่ใช่ไปฟังใครเขาเล่ามา หรือไปนั่งนึกเอาเอง

ส่วนเรื่องความเชื่อต่างๆผมไม่เคยสักครั้ง ที่จะไปพูดว่างมงาย ผมให้ความเคารพเสมอ แต่ก็จะพยายามใช้ประสบการณ์มาหาคำตอบในความเชื่อต่างๆ

เช่น ล่าสุดผมก็คิดว่างูเอาหัวไปวัดรอยเท้าวัวตั้งแต่เล็ก รอจนตัวมันโตพอค่อยจับวัวกิน ส่วนตัวผมคิดว่างูตัวเล็กทำไมต้องจ้องจะกินวัวแค่นั้น ตัวเล็กๆก็หาเหยื่อเล็กๆพอดีตัวกินไปไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องใจจดใจจ่อไปกินวัวด้วย ตรงนี้ก็อยากได้รับคำอธิบายเหมือนกัน

ทุกอย่างควรมีเหตุผลมารองรับครับ ไม่ใช่ฟังมาอย่างเดียว

อย่างที่บอกไป ผมให้เกียรติทุกความเชื่อเสมอ แม้ประสบการณ์จะบอกไปอีกอย่าง แต่หากยังเลือกที่จะเชื่อโดยไม่มีอะไรมารองรับ นอกจากความรู้สึก หรือความยึดมั่น ก็คงต้องปล่อยให้เชื่อต่อไป ไม่ว่ากันครับ