สมาคมกัญชงกัญชาชี้ดึงกลับยาเสพติดกระทบการลงทุนกว่า 5 พันล้าน จี้เดินหน้าพ.ร.บ.กัญชงกัญชา

8.07.24 | 11:07 น.

สมาคมสหอุตสาหกรรมพืชกัญชงและกัญชา ติงนโยบายเปลี่ยนไปมาจนนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น แนะเดินหน้า พ.ร.บ.ต่อ อย่าถอยหลังกลับเป็นยาเสพติด วอนรัฐตอบกลุ่มธุรกิจ 2 คำถาม

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม น.ส.หิรัญรัศมิ์ มหาดิษย์ธดากุล กรรมการและเลขานุการ สมาคมสหอุตสาหกรรมพืชกัญชงและกัญชา (HCIA) ให้สัมภาษณ์กับมติชนถึงกรณีมติคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เห็นชอบให้กัญชงและกัญชา กลับเข้าสู่บัญชีรายชื่อยาเสพติด หลังจากที่มีการปลดล็อกมาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ว่า สมาคมมีสมาชิกอยู่ในปัจจุบัน 20 กว่าบริษัท การลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท โดยมีการประชุมกันอยู่ทุกเดือน ซึ่งลึกๆ แล้วไม่ได้เห็นด้วยกับการนำกัญชากัญชงกลับเข้าสู่ยาเสพติด แต่ถ้าในวันนี้รัฐบาลยืนยันว่าจะต้องนำกลับเข้าสู่ยาเสพติดจริงๆ ทางสมาคมก็พร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย

แต่ถ้าให้เลือกได้เราก็อยากได้การควบคุมแบบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชง กัญชา พ.ศ. … มากกว่า เพราะการนำกัญชา กัญชงกลับเป็นยาเสพติด ใช้กฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ก็จะกระทบต่อนักลงทุน รวมถึงแนวทางการทำงานในอนาคต ที่ต้องมีการลงทุนเพื่อทำตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในฐานะของยาเสพติด เช่น การปลูก ที่ต้องใช้โรงเรือนขนาดใหญ่ มีระบบรักษาความปลอดภัย เพราะตอนที่มีการนำกัญชากัญชงออกจากยาเสพติด เงื่อนไขต่างๆ ก็ลดน้อยลง กลุ่มผู้ลงทุนเองก็ลดต้นทุนให้สอดคล้องตามระเบียบ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือหากจะต้องนำกัญชากัญชงกลับเป็นยาเสพติด รัฐบาลจะต้องมาพูดคุยกับเราให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาด้วยความไม่แน่นอนของนโยบายก็ทำให้ผู้ประกอบการเองขาดทุนกันไปเยอะ

Advertisement

“ถ้านำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดก็เหมือนกฎหมายถอยหลัง แม้ว่าทางสมาคมฯ ธุรกิจส่วนใหญ่จะอยู่ที่กัญชง แต่ในการนำกัญชาและกัญชงกลับสู่ยาเสพติดก็จะกระทบในเรื่องของความเชื่อมั่นด้านการลงทุน เนื่องจากพืชทั้งสองถูกตีความว่าอยู่ในตระกูลเดียวกัน แม้ว่าสารสำคัญจะต่างกัน คือ กัญชงจะมีสาร CBD ที่มีประโยชน์ในเรื่องของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจมากกว่า เช่น น้ำมัน CBD เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ส่วนกัญชาจะมีสาร THC ที่มีประโยชน์ด้านการแพทย์ การรักษา รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องกัญชง กัญชาไม่เพียงพอ เมื่อเห็นผลิตภัณฑ์อย่างเช่นน้ำดื่มที่มีส่วนผสมของ CBD ก็จะเข้าใจว่าเป็นกัญชา ที่ดื่มแล้วจะมึนเมา ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องให้ความรู้ประชาชนมากขึ้นด้วย” น.ส.หิรัญรัศมิ์กล่าว

น.ส.หิรัญรัศมิ์กล่าวว่า ในตอนนี้ดูเหมือนนโยบายกัญชา กัญชง กลายเป็นปัญหาเชิงการเมืองมากกว่าเชิงนโยบาย ซึ่งส่วนนี้ทำให้ผู้ประกอบการ นักลงทุนมีความไม่มั่นใจถึงความเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อผู้นำเปลี่ยน นโยบายจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เพราะเมื่อสองปีที่แล้วทุกคนยังสามารถใช้กัญชาได้ แต่มาตอนนี้กัญชาถูกกลับไปเป็นยาเสพติด แล้วก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีการปลดล็อกออกจากยาเสพติดอีกหรือไม่ ทำให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ยากมาก ทั้งที่โอกาสทางธุรกิจถือว่าเป็นอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ของประเทศไทยที่สามารถทัดเทียมกับทั่วโลกได้

“ตอนนั้นเรารับได้มารอบหนึ่งแล้ว แล้วก็ปรับตัว แต่เมื่อปรับตัวได้แล้วครั้งนี้ก็มีการปรับกลับถอยหลังไปเป็นยาเสพติดอีกแล้ว เราไม่มีความมั่นใจว่าถ้ารัฐบาลชุดใหม่มา ที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย แล้วมาอยู่กระทรวงสาธารณสุข จะเดินยังไงต่อ เราบอกตรงๆ ว่าไม่มีความเชื่อมั่นอย่างมาก หลายผู้ประกอบการก็บอกว่าไม่อยากทำธุรกิจนี้แล้ว ทั้งที่กลุ่มเราเป็นกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจนี้โดยแท้จริง แต่ในความเป็นจริงเราไม่เคยได้รับการปกป้องจากภาครัฐเลย มีแต่ปล่อยให้เราสู้กันเองตามลำพัง เพราะจริงๆ นโยบายของรัฐบาลคือกัญชาเพื่อสุขภาพ กัญชงเพื่อเศรษฐกิจ แต่อันนี้ไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะในภาคเอกชน ไม่สามารถสกัดช่อดอกกัญชาได้เลย เพราะกฎหมายไม่ได้เปิดไว้ ถ้าอยากจะสกัดกัญชาจะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐร่วมกับเอกชน ซึ่งทางภาคเอกชนเองก็มีนโยบายของแต่ละแห่งที่ทำให้การร่วมกับรัฐ ไม่สบายตัว อย่างต้องทำ MOU ก็มีเงื่อนไขมากมาย ฉะนั้น ตรงนี้ทำให้กลไกกลางน้ำไม่สามารถเข้ามาแตะในวงจรธุรกิจนี้ได้เลย และยิ่งถ้ากัญชากลับไปเป็นยาเสพติดก็ยิ่งทำให้ยากไปใหญ่” น.ส.หิรัญรัศมิ์กล่าว

น.ส.หิรัญรัศมิ์กล่าวว่า สิ่งที่เรายังเป็นห่วงอีกเรื่องก็คือ ผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขังที่ได้รับการนิรโทษกรรมคดีกัญชา เมื่อมีการปรับกฎหมายเป็นเช่นนี้แล้วจะต้องทำอย่างไรต่อ และร้านที่จำหน่ายช่อดอกกัญชาทั้งหลายที่เปิดกัน รัฐบาลจะเยียวยาอย่างไร เพราะทุกคนต่างลงทุนไปแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่สมาคมอยากให้เกิดความชัดเจนคือ 1.ร่าง พ.ร.บ.กัญชง กัญชาฯ ยังจะเดินหน้าต่อหรือไม่ และ 2.ในอนาคตจะมีการให้สถานะกัญชาและกัญชงอย่างไร

“การมี พ.ร.บ.มาควบคุมกัญชา กัญชง ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความยืดหยุ่นมากกว่าการกลับไปเป็นยาเสพติด เราจึงอยากให้เดินหน้าเรื่อง พ.ร.บ.และไม่เอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องมากจนเกินไป ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนส่วนมาก เพราะสาเหตุที่ทำให้เรากล้าลงทุนในตอนนั้น เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล ที่มีความชัดเจน ไม่ใช่นโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง และเราเองก็เห็นโอกาสทางธุรกิจกัญชากัญชงสูงมากในตลาดโลก แต่เริ่มมีการเปลี่ยนนโยบายไปเรื่อยๆ เราก็จับทิศทางไม่ถูกแล้วว่ารัฐบาลจะเอาอย่างไร” น.ส.หิรัญรัศมิ์กล่าวและว่า ถ้าหากนโยบายของรัฐบาลยังเป็นแบบนี้อยู่เชื่อว่าธุรกิจคงไปต่อไม่ได้แล้ว