รองผบช.น.สั่งล่าอีก1แก๊งชิง3.3ล้าน คาดเป็นต่างด้าวขี่จยย.พา ‘บอล ปากแหว่ง’ หนี

8.07.24 | 17:15 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ สน.ประเวศ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจร วงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.นเรศ ศรีนาราง รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ประเวศ และชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.บช.น., กก.สส.บก.น.4, และฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี 2 คนร้าย ขับขี่รถ จยย.ใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์เงินสด 3.3 ล้านบาท ขณะผู้เสียหายเดินทางไปเบิกเงินที่ธนาคาร และกำลังเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัว บริเวณลานจอดรถห้างแมคแวลู ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา


ต่อมาเวลา 13.15 น. พนักงานสอบสวน นำตัวนายจักรพงษ์ หรือแจ๊ค พรหมเสน อายุ 44 ปี 1 ในผู้ต้องหาคดี “ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ออกจากห้องขัง สน.ประเวศ เพื่อมาสอบปากคำที่ห้องประชุม ชั้น 2 โดยมี พล.ต.ต.นพศิลป์ และ พล.ต.ต.ธีรเดช ร่วมการสอบปากคำด้วยตนเอง

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. มอบหมายให้ตน และ พล.ต.ต.ธีรเดช ผู้การสืบสวนนครบาล และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีนี้มีการรวบรวมพยานหลักฐานให้ทางพนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ราย โดยรายแรกออกหมายจับตามภาพ 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ คาดว่าเป็นชาวต่างด้าว เป็นคนขับขี่จักรยานยนต์ ทำหน้าที่พานายนันทพร หรือ “บอล ปากแหว่ง” หลบหนี ส่วนรายที่สอง นายนันทพร หรือบอล ปากแหว่ง เป็นผู้ใช้อาวุธปืน เข้าผลักผู้เสียหายที่เบิกเงิน เข้าไปภายในรถ และจี้ชิงเงิน จำนวน 2 ถุงไป โดยยืนยันแล้วว่าผู้ต้องหารายนี้คือนายบอลจริง

Advertisement

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า จากการประสานงานกับทาง สปป.ลาว พบว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.67 นายนันทพร เพียนทำดี อายุ 35 ปี หรือ “บอลปากแหว่ง” ได้ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองและได้ทองคำหนัก 3 บาท เหตุเกิดที่แขวงคำม่วน ประเทศลาว หลังจากนั้นนายบอลได้ข้ามกลับมาประเทศไทย โดยในวันที่ 2 ก.ค. มีการติดต่อนัดหมายกับนายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่โรงเรียนเทคนิคแห่งหนึ่ง เพื่อวางแผนก่อเหตุปล้นเงิน ในท้องที่ สน.ประเวศ และไปพักที่โรงแรมย่านนวมินทร์ ก่อนมาก่อเหตุในวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมนายจักรพงษ์ได้แล้ว โดยในวันเกิดเหตุนายจักรพงษ์ได้ขับขี่รถ จยย.เข้าไปจุดเกิดเหตุเวลา 14.09 น. ก่อนจะเกิดเหตุเพียง 2 นาที และจากภาพวงจรปิดพบว่านายนันทพร กับเพื่อนที่พักอยู่โรงแรมย่านนวมินทร์ เมื่อได้รับการติดต่อก็รีบวางสิ่งของเป็นขนมในมือทิ้งทันทีและรีบขี่ จยย.ซ้อนกันไปรอผู้เสียหายเพื่อก่อเหตุปล้นทรัพย์

จากการสอบสวนนายจักรพงษ์ ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับนายนันทพรตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากเรียนช่างกลแห่งหนึ่งด้วยกัน ตนเรียนรุ่น 6 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ส่วนนายนันทพรเรียนรุ่น 15 ระหว่างเรียนตนเป็นประธานสาย คอยพารุ่นน้องจากย่านรามอินทราไปส่งย่านนวมินทร์ทำให้รู้จัก กระทั่งปี 2566 ที่นายนันทพรไปก่อเหตุชิงทรัพย์ และข่มขืนท้องที่ สน.โชคชัย แล้วนายนันทพรนำพระเครื่องที่ลักมาให้ตนนำไปจำนำหรือขาย ทำให้ขณะนั้นตำรวจตามจับกุมนายแจ๊ค ในข้อหารับของโจรฯด้วย

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า ต่อมาในปี 2567 นายนันทพรมาทำเกี่ยวกับการถอนเงินเส้นทางดังกล่าวกับเพื่อนร่วมงาน ประมาณ 1 เดือน จนรู้ความเคลื่อนไหวการถอนเงินเข้า-ออก รวมถึงตัวนายนันทพรมีการติดต่อพูดคุยกับนายจักรพงษ์ ว่าใครที่มีบัญชีม้าและทำธุรกรรมแบบนี้ จึงอยากมาปล้น เพราะตัวนายนันทพรอยู่ประเทศลาว ไม่มีรายได้ จึงมีการพูดคุยกันเรื่องวางแผนในการปล้น กระทั่งวันเกิดเหตุ นายจักรพงษ์ติดต่อนายนันทพร เพื่อให้มาดูลาดเลาเฉยๆ โดยไม่คิดว่านายนันทพรจะก่อเหตุปล้นทันที โดยการวางแผนปล้นครั้งนี้เมื่อนายจักรพงษ์เบิกงานมาแล้ว และส่งให้ผู้รับเงิน ก็ส่งมอบหน้าที่ให้นายนันทพรไปปล้นระหว่างทาง แต่ปรากฏว่านายนันทพรก่อเหตุตั้งแต่ตอนเบิกเงินทันที ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลังจากนั้นนายนันทพร ก็นำเงินไป แต่ตัวนายจักรพงษ์ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ แต่ยอมรับว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการก่อเหตุ

ซึ่งตัวนายจักรพงษ์ยอมรับว่าจะได้เงินจากการเบิกเงินต่อครั้งละ 2,000 บาท ซึ่งเบิกเกือบทุกวัน โดยยังไม่ทราบว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวมีที่มาอย่างไร วันนี้จึงสั่งให้ทางพนักงานสอบสวน และฝ่ายสืบสวน บก.น.4 ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดของบัญชีที่มีการถอนเงินออกไป และมีการทำธุรกรรมการเงินจากบัญชีนายจักรพงษ์ และจะขยายผลต่อเนื่องให้เสร็จ

เบื้องต้นวันนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 2 ราย และออกหมายจับตามภาพอีก 1 ราย เป็นคนขับขี่รถ จยย.พานายนันทพรหลบหนี คาดว่าเป็นชาวต่างด้าว พบเส้นทางหลบหนีไปขี้นรถที่ขนส่งหมอชิต ไปเส้นทาง จ.จันทบุรี อยู่ระหว่างให้ บก.สส.บช.น. ติดตามตัวอยู่ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานงานเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากนายนันทพรไปกระทำผิดและถูกดำเนินคดีอยู่ที่ประเทศลาว เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไป

โดยพบข้อมูลเบื้องต้นว่า บริษัทดังกล่าวตรวจสอบพบว่าเป็นบัญชีของคนไทย 3 คน มีการทำธุรกรรม อยู่ที่ จ.เชียงราย จ.พังงา และ จ.สมุทรปราการ ซึ่งพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้ทั้ง 3 คน มาชี้แจงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ทั้ง 3 คนก็ไม่มาตามหมายเรียก