3 กรมจับมือทวงคืนเกาะถูกบุกรุก1.6 ล้านไร่ จ.เลย ทำลายป่าหนักสุด “ระยอง-จันทุบรี-พะเยา”กำลังกลายเป็นภูทับเบิก 2

17.02.17 | 17:03 น.

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่กรมป่าไม้ นายอรรพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พร้อมด้วยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าทีมพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรหัวหน้าทีมพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายรัชชัย พรพา หัวหน้าทีมฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในการทงคืนผืนป่าของทั้ง 3 หน่วยงาน

นายอรรถพล กล่าวว่า ผลจากการดำเนินงานของชุดปฏิบัติการพิเศษ ทั้ง 3 หน่วยงาน ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันด้วยการใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้นจริงจัง โดยใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ มาประยุกต์สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปราม เช่น การใช้อากาศยานไร้คนขับ และการติดตามการบุกรุกพื้นที่ป่าด้วยดาวเทียม ตลอดจนการสร้างความเข้าใจในเรื่องข้อกฎหมายให้กับประชาชน โดยกรมป่าไม้สามารถดำเนินคดียึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ 322,891 ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยึดคืนพื้นที่ป่าได้ 85,288 ไร่ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยึดคืนพื้นที่ป่าได้ 27,552 ไร่ รวม 3 กรม สามารถยึดคืนดำเนินคดีได้ 435,731 ไร่ โดยเป็นคดีที่บุกรุกหลังปี 2557 ประมาณ 8 หมื่นไร่ ซึ่งสูญเสียพื้นที่ป่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจากมีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เน้นปฏิบัติการเชิงรุกทั้งด้านป้องกันและปราบปราม

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับผลการดำเนินการตรวจสอบรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศ เมื่อปี 2559 ตรวจสอบพบรีสอร์ทบุกรุกจำนวน 1,939 แห่ง ปัจจุบันมีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบมีการบุกรุกเพิ่มขึ้น 2,212 แห่ง ดำเนินการตรวจสอบเสร็จแล้ว 761 และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1,266 แห่ง และรอการตรวจสอบอีก 185 แห่ง ในส่วนของพื้นที่ป่าที่อยู่บนเกาะต่างๆจำนวน 936 เกาะ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ 1.6 ล้านไร่ มีพื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 800,000 ไร่ พบการบุกรุกพื้นที่ป่าใหม่เพื่อนำไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวที่พบตามพื้นที่เกาะขนาดใหญ่ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าตามเกาะต่างๆ ได้ตั้งเป้าหมายในพื้นที่โดยนำร่องในเกาะกลุ่มจ.ระนอง โดยจะลงพื้นที่เกาะพยาม ในวันที่ 23-24 ก.พ.นี้ ตามด้วย จ. พังงา จากนั้นจะขยายผลต่อในพื้นที่อื่นๆ เช่นตรวจสอบเพิ่มเติมในเกาะกลุ่มจ.ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช กลุ่มเกาะอ่าวไทยตะวันตก และกลุ่มเกาะอ่าวไทยตะวันออก

ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า หลังจากนี้ทีมพยัคฆ์ไพร จะเร่งดำเนินการตรวจสอบในพื้นที่ที่เรียกว่า ภูทับเบิก 2 เพราะมีสภาพพื้นที่ที่เริ่มมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ รีสอร์ทขนาดใหญ่กว่า 400 ไร่ที่รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกว่าร้อยไร่อยู่ในพื้นที่อ.เมืองจ.ระยอง นอกจากนั้นยังมีในพื้นที่จ.จันทบุรี และเขตรอยต่อจ.พะเยาอีกด้วย อย่างไรก็ตามจากการทำงานที่ผ่านมาชุดพยัคฆ์ไพรพบว่าพื้นที่ที่ป่าถูกบุกรุกทำลายมากที่สุดในประเทศคือ จ.เลย ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำป่าสัก โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ป่าที่มีอยู่ 1 ล้านไร่ถูกทำลายลงไปจนเหลือเพียง 2-3 แสนไร่

ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของชุดพญาเสือเตรียมจะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ จ.สตูล พัทลุง ตรัง โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาบรรทัด ทั้งนี้ที่มีอดีต ส.ส.วิพากษ์วิจารณ์ว่าการทำงานของกระทรวงทรัพยากรฯ มีแต่ตัวเลข แต่ไม่มีพื้นที่ยึดคืนได้จริง ขอให้ท่านอยู่บ้านรอดูว่าเราทำจริงหรือไม่ โดยเบื้องต้นได้เข้าไปตรวจสอบแล้วพบการบุกรุกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังเตรียมจับกุมดำเนินคดีซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเขต ส.ป.ก.กับพื้นที่อุทยานฯ ทับลาน จ.ปราจีนบุรี อีกหลายสิบราย รวมทั้งรื้อถอนรีสอร์ทที่ศาลมีคำสั่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วในพื้นที่อุทยานฯ ทับลานด้วย ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือมี่พื้นที่ถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 ที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศถูกเปลี่ยนมือกว่า 1 แสนไร่ ซึ่งกรมอุทยานฯ ต้องเร่งแก้ปัญหาต่อไป

Advertisement

ขณะที่นายรัชชัย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ป่าชายเลนพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกกเป็นทำเป็นนากุ้ง ซึ่งเป็นของนายทุนกว่า 80เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ได้ตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกทั้ง 12 จังหวัด พบว่า จ.จันทุบรีมีการบุกรุกป่าชายเลนมากที่สุด รองลงมาคือ สตูล นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร สำหรับเป้าหมายในการทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนปี 2560 จำนวน 15,000 ไร่ ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี พังงา ตรัง และสตูล