เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่กองร้อยตชด. ที่337 อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) กล่าวในฐานะรับผิดชอบการสอบสวนคดีเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย ว่า ตอนนี้หลักฐานในการดำเนินคดีที่ร้องทุกข์เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย ที่มี พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้ต้องหา ได้หลักฐานต่างๆจากทางอบจ. ครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องเข้าพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว ขณะที่การดำเนินคดีจากนี้มีเพิ่มในส่วนของการสร้างบ่อบาดาลตามที่เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้าร้องทุกข์ จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับพระธัมมชโยอีก ในความผิดเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างต่างๆในวัด
รองผบ.ตร.กล่าวว่า พูดมาตลอดว่า มีความเชื่อแค่20เปอร์เซ็นต์ว่าพระธัมมชโยอยู่ในวัด เพราะไม่มีคนพบตัวนานแล้ว การเข้าไปแล้วไม่พบตัวถือว่าไม่แปลก ส่วนใครก็ตามที่ให้ข้อมูลทำนองยืนยัน ให้เข้าใจว่ายังอยู่ในวัด ต้องดูพฤติการณ์ ดูเจตนา ก่อนพิจารณาดำเนินคดี แต่ตอนนี้ไม่พบว่ามีใครไปลงข้อความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าพบก็ต้องดำเนินคดี

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ว่า เมื่อช่วงเช้าตนอยู่ที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 เพื่อไปดูการทำงานในวันที่ 2 ของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าไปค้นวัดต่อจากวานนี้ (16 ก.พ.) แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจค้นในวันที่ 2 เนื่องจากประชุมอยู่ทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินจากการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เชื่อว่าพระธัมมชโย ยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะยังค้นไม่หมด เนื่องจากมีห้องและตึกเยอะ ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ อาจมีการเข้าค้นอีก โดยมีการใช้ มาตรา 44 และหมายค้นควบคู่กันไป เพื่อค้นทุกจุดที่มีการข่าวและที่เจ้าหน้าที่สงสัย เราจะค้นหมด ไม่มีการให้น้ำหนักจุดไหนเป็นพิเศษ ทำงานไปเรื่อยๆ ยังมีเวลาอยู่ เอาเป็นว่าพระธัมมชโย ยังอยู่ในประเทศไทยแน่นอน ยังไม่ได้ไปไหน
เมื่อถามว่าภายหลังการเข้าตรวจค้นทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสามารถตอบคำถามประชาชนเรื่องการใช้กำลังจับกุมพระธัมมชโย ภายในวัด พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า มั่นใจ อย่างน้อยให้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องออกไปก่อน และเราเข้าไปควบคุมพื้นที่ไว้ เราไปดีอยู่แล้ว ไม่ได้ไปทุบตีหรืออยากจะมีเรื่อง ไปตามอำนาจของศาล และอีกสักพักจะมีการปรับลดกำลังเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ในเรื่องสิ่งก่อสร้างต่างๆ
เมื่อถามว่าเหมือนมีคลิปที่เผยแพร่ทางโซเชี่ยลว่าเจ้าหน้าที่และพระเกิดการกระทบกระทั่งกัน ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่แน่ใจนะ เพราะว่าคลิปสามารถทำได้หมด ตัดต่อได้หมด หรือแต่งเติมได้หมด เมื่อวานนี้(16ก.พ.)เจ้าหน้าที่ไม่ได้เอาอาวุธอะไรไปเลยนอกจากไปตัวเปล่า มีการแบ่งพื้นที่กันชัดเจน ว่าใครทำอะไรอย่างไร เรามีระบบของเราอยู่แล้ว เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นกังวลอะไรหรือไม่ เพราะวันแรกที่เข้าตรวจค้นไม่พบอะไรเลย พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่เลย เนื่องจากวัตถุประสงค์ทุกที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเข้าได้ จะเจอหรือไม่เจอไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมีอยู่ว่าทำไมเป็นเจ้าหน้าที่ถึงเข้าพื้นที่ไม่ได้ ตรงนี้ต่างหาก อย่าไปตีความผิดๆถูกๆ
เมื่อถามว่าขณะนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังดูแลคดีวัดพระธรรมกาย หรือมีการเปลี่ยนเป็น พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผบ.ตร. ดูแลแทน ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ทราบกระแสข่าว มีนักข่าวหลายคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเหมือนกัน ขณะนี้ยังเป็น พล.ต.อ.ศรีวราห์ อยู่ เพราะตนและทางกองทัพเป็นผู้สนับสนุนการร้องขอกำลัง เจ้าภาพหลักคือดีเอสไอ
เมื่อถามว่าจากการตรวจค้นจะมีการปรับแผนเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังใช้แผนเดิมอยู่ แต่มีการประชุมกันทุกวันอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล การปะทะและการกระทบกระทั่งกันแทบจะไม่มี เพราะเราหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว เชื่อว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะก่อนหน้านี้มีผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวแล้ว 3 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประกันตัวออกไป ส่วนกรณีพระธัมมชโยถ้ามีการติดต่อขอมอบตัว จะมีการพิจารณาเงื่อนไขกันประกันตัวหรือไม่นั้น ถ้ามอบตัวเราให้สิทธิ์อยู่แล้ว เพราะมีเจตนาดี ให้ประกันไม่มีการคัดค้าน แต่ถ้าตนไปเจอ ไม่ให้ประกันตัว ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อเข้าขอมอบตัวแต่อย่างใด ส่วนเกรอบระยะเวลาตรวจค้นในหมายค้นมีการระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าค้นได้ถึงวันที่เท่าไหร่

