ครอบครัวเศร้ารับศพ “แอ๋ม ” อดีตแม่บ้านรัฐสภากลับภูมิลำเนา น้องสาวยันเอาเรื่องแฟนพี่สาวถึงที่สุด

10.07.24 | 14:57 น.

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ สน.สามเสน น.ส.ดาริกา อายุ 29 ปี น้องสาว น.ส.เขมฤทัย หรือแอ๋ม อายุ 30 ปี อดีตแม่บ้านอาคารรัฐสภาที่ถูกนายสุนัย ทาแน่น อายุ 24 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/64 สังกัด ม.3 พัน.18 และปฏิบัติราชการสนามชายแดน จ.เชียงราย แฟนหนุ่มใช้อาวุธมีดแทงเสียชีวิตหมกศพทิ้งไว้ในห้องพักอพาร์ตเมนต์ ย่านบางกระบือ กทม. เมื่อวันที่ 9 ก.ค. มาติดต่อขอรับเอกสารกับทางพนักงานสอบสวน เพื่อนำไปรับศพพี่สาวที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.วชิรพยาบาล


น.ส.ดาริกาเปิดเผยว่า หลังรู้ว่าคนก่อเหตุเป็นแฟนพี่สาวรู้สึกตกใจ เพราะตลอดระยะเวลาที่ทั้งสองคบหากัน 7-8 เดือนก็รักกันดูแลกันเหมือนคู่รักตามปกติทั่วไป ไม่คิดว่าจะโหดร้ายทำกับพี่สาวถึงขนาดนี้ ซึ่งจะไม่ให้อภัยคนก่อเหตุยอมรับว่าโกรธมาก อยากถามเขาว่า ทำไมถึงทำกับพี่สาวตนแบบนี้ ถ้าไม่เข้าใจอะไรกันทำไมถึงไม่พูดคุยกันดีๆ หรือถ้าสุดท้ายแล้วชีวิตคู่ไปด้วยกันไม่ได้ก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตดีกว่า ถ้าผู้หญิงไม่เลือกทำไมถึงไม่ปล่อยเขาไป ส่วนตัวรู้สึกแย่ อยากรู้เหตุจูงใจฝ่ายชาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพี่สาวไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวอะไรให้ฟัง จึงไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากล่าสุดที่เจอกับฝ่ายชายและพี่สาว ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกันคือช่วงเทศกาลลอยกระทงปีที่ผ่านมาเคยไปเที่ยวด้วยกันเท่าที่ดูผิวเผินก็ดูรักพี่สาวดีไม่มีท่าทางโมโหร้ายอะไร

ส่วนที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือสภาพจิตใจของคนทางบ้านแย่มาก โดยเฉพาะแม่พอรู้ข่าวก็เป็นลมไปเมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาพี่สาวโทรไปหาแม่ว่าจะกลับบ้านแต่ไม่คิดว่าการกลับบ้านของพี่สาวจะกลับไปแบบนี้ส่วนพี่สาวมีลูก 2 คนพอต้องสูญเสียกระทันหันจากนี้ก็ต้องช่วยกันดูแลกันต่อไปยืนยันว่าทางคดีจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.สามเสน เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่าหลังจากแจ้งข้อกล่าวหานายสุนัย ให้รับทราบตามหมายจับแล้วซักถามปากคำเบื้องต้นนายสุนัย ให้การรับสารภาพเป็นผู้ลงมือก่อเหตุอ้างว่าเพราะความหึงหวงจึงเกิดการบันดาลโทสะและใช้มีดที่อยู่ภายในห้องแทงส่วนรายละเอียดต้องนำตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง โดยการสอบปากคำจะต้องมีนายทหารพระธรรมนูญ ร่วมสอบปากคำด้วยตามสิทธิผู้ต้องหาเบื้องต้นอยู่ระหว่างนำตัวกลับมาที่ สน.สามเสน เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมแต่ไม่ทราบเวลาแน่ชัดว่าจะมาถึงเวลาใด

Advertisement

ต่อมาที่ตึกภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.วชิรพยาบาล น.ส.ดาริกา พร้อมญาติๆ และเพื่อนร่วมงานเข้ารับผู้เสียชีวิต เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดบ้านโพนไฮ ต.หนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ท่ามกลางความโศกเศร้า

ด้านเพื่อนร่วมงาน เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิตมาทำงานเป็นแม่บ้านที่รัฐสภาได้ประมาณสองปีแล้วที่ผ่านมาก็รู้ว่าพูดคุยและคบหากับคนก่อเหตุ ที่เป็นทหารเนื่องจากตนมักจะเห็นน้องวิดีโอคอลคุยกับผู้ก่อเหตุบ่อยครั้งผู้เสียชีวิตเคยเล่าให้ฟังว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนหึงหวงหนักมากถึงขั้นมีการเชื่อมแอคเคาท์เฟซบุ๊กและไลน์ไว้ในโทรศัพท์ผู้ก่อเหตุ เพราะคิดไปเองว่าผู้เสียชีวิตจะไปคุยกับผู้ชายคนอื่น จากนั้นเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตมาบอกว่าจะลาออกโดยเหตุผลเนื่องจากแม่จะไปทำงานต่างจังหวัดและไม่มีใครดูแลลูกและจะกลับบ้านไปดูแลลูกถ้าทุกอย่างลงตัว ผู้เสียชีวิตบอกว่าจะกลับมาทำงานที่นี่อีกส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับทางแฟนหนุ่มที่ทำให้ผู้เสียชีวิตต้องลาออกโดยวันสุดท้ายเพื่อนที่ทำงานทุกคนเห็นก็คือวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ผู้เสียชีวิตมาทำงานจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อหาอีกเลย

จนมาวันที่ 3 ก.ค. มีแชตไลน์ของแอ๋มทักมาหาเพื่อนที่ทำงานว่า ” แอ๋มจะไม่อยู่นะ แอ๋มจะเข้าป่า โทรศัพท์จะเอาไว้กับผัว จะติดต่อแอ๋มไม่ได้” ซึ่งพอเพื่อนทุกคนรู้เรื่องนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ เนื่องจากทั้งเฟซบุ๊ก และไลน์ของแอ๋ม ทางนายสุนัย เชื่อมเข้าโทรศัพท์ไว้จึงคิดว่าน่าจะเป็นนายสุนัย ที่ทักมาหาเพื่อนแบบนี้ส่วนเหตุผลที่ก่อเหตุฆ่าแอ๋มคาดว่ามาจากเรื่องหึงหวง

น้องสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยอีกครั้งหลังรับร่างพี่สาว ว่าหลังจากที่เห็นหน้าพี่สาวก็บอกว่าให้กลับไปอยู่บ้านด้วยกันและบอกว่าจับคนร้ายได้แล้ว แม้ว่าตนจะยังไม่เห็นหน้าคนร้ายอยากฝากขอบคุณทางสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าวจนตำรวจติดตามจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เร่งดำเนินการจนจับคนร้ายได้ และขอขอบคุณผู้ใจบุญที่สนับสนุนช่วยเป็นค่าเดินทางในการเคลื่อนย้ายร่างพี่สาวกลับไปยังภูมิลำเนาบ้านเกิด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นแพทย์ระบุในใบมรณะบัตรว่าหัวใจฉีกขาดจากบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก ทั้งนี้ ทางครอบครัวจะมีการจัดพิธีสวดอภิธรรมเป็นเวลา 1 วัน ก่อนจะฌาปนกิจในวันที่11 ก.ค.