ตร.ไซเบอร์ รวบ 2 ตัวการร่วมขบวนการหลอกลงทุนคริปโท เสียหายกว่า 530 ล้าน
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) และ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 แถลงว่า สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2566 รับแจ้งความจากกลุ่มผู้เสียหาย 5 ราย พบว่ามีความเชื่อมโยงหลายท้องที่และมีรูปแบบแผนประทุษกรรมในรูปแบบเดียวกันคือโดนมิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมแล้วหลอกลวงให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโท โดยสร้างแพลตฟอร์มปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกผู้เสียหายว่าได้กำไรจากการลงทุน
จากนั้นจะหลอกล่อให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนเพิ่ม จนกระทั่งไม่สามารถถอนเงินลงทุนคืนได้ สร้างความเสียหายรวมกันมูลค่ากว่า 530 ล้านบาท ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.สอท. สามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหา นำมาสู่ปฏิบัติการ BLACK HAT ไล่ล่าล้างขบวนการหลอกลงทุนคริปโททั่วประเทศ และภายหลังยังพบความเชื่อมโยงคดีระหว่างการหลอกลงทุนเงินดิจิทัลดังกล่าว กับคดีการพนันออนไลน์จึงประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จนยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวเป็นเงินสดกว่า 117 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 125 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและนำมาเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป
ต่อมาสืบสวนขยายผลพบข้อมูลความเชื่อมโยงถึงตัวการที่ได้รับประโยชน์จากการหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งถูกโอนเปลี่ยนสภาพมาเป็นเงินคริปโท จึงแกะรอยข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโท พบว่ามีกลุ่มชาวจีนที่เป็นผู้ใช้กระเป๋าเงินฯดังกล่าว โดยมีการใช้งานอยู่ในพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งมีชาวไทยคนสนิทให้การสนับสนุนในการจัดหาหมายเลขโทรศัพท์สำหรับใช้อำพรางลงทะเบียนเปิดใช้กระเป๋าเงินฯและติดต่อซื้อขายเงินคริปโทเพื่อฟอกเงิน เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ จนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาชาวจีนที่เป็นตัวการและชาวไทยที่คอยสนับสนุนการกระทำความผิด เพิ่มเติมอีก 4 ราย นำมาสู่ ปฏิบัติการ “BLACK HAT Ep.2”
ต่อมาลงพื้นที่บริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.นครราชสีมา จับกุมผู้ต้องหาคนไทยที่ทำงานเป็นผู้สนับสนุนใกล้ชิดให้คนจีนที่เป็นตัวการ 2 ราย ได้แก่ 1.นายน้อย (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่เปิดลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียนกระเป๋าเงินฯ ที่รับเงินจากการหลอกลวงผู้เสียหาย 2.นายสมพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ทำหน้าที่ติดต่อซื้อขายเงินคริปโทเพื่อฟอกเงินให้ตัวการคนจีน
โดยทั้งสองถูกดำเนินการในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” ทั้งนี้ ตรวจยึดของกลางได้หลายรายการ รวมมูลค่าประมาณเกือบ 2,000,000 บาท

