เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่สน.สายไหม พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พร้อมด้วยพ.ต.อ.ณัฐนันท์ นานาสมบัติ รองผบก.น.7 หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา(ปลป.น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจปลป.น. น.ส.มาลา ตั้งประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภาคเอกชน เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนผู้เสียหายบริษัทต่างๆ ร่วมกันแถลงจับกุมนายพิสิษฐ์ กิ่งจำปา อายุ 33 ปี นายกันฐพงศ์ กรกฤดิ์ทรัพย์ อายุ 34 ปี พร้อมของกลางเสื้อปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้ออดิดาส ไนกี้ พูม่า โปโล ฯลฯ จำนวนประมาณ 11,000 ตัว เครื่องตัด เย็บ รีด รวม 19 เครื่อง ป้ายและอุปกรณ์เครื่องหมายการค้ารวมประมาณ 616,520 ชิ้น มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านบาท
พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนของชุดปราบปรามการละเมิดททรัพย์สินทางปัญญา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำการสืบสวนทราบว่าบ้านเลขที่ 95 ถ.พหลโยธิน 54/1 แยก 4 แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ และอาคาร 3 ชั้น จำนวน 3 คูหา เลขที่ 39/6-8 ถ.พหลโยธิน54/1 แยก 4 แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ เป็นโรงงานผลิตเสื้อ จัดเก็บ ซุกซ่อนและจำหน่าย สินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วเป็นจำนวนมาก จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ที่ 92-93/2560 ลงวันที่ 17 ก.พ. 60 เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว โดยเวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนผู้เสียหาย ได้เข้าตรวจค้นตามหมายพบนายพิสิษฐ์และนายกันฐพงศ์ ได้แสดงตนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและพบของกลางจำนวนดังกล่าว
น.ส.มาลา กล่าวว่า ทางรัฐบาลได้ให้นโยบายสำคัญเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในเดือนเม.ย.นี้ทางสหรัฐอเมริกาจะประกาศว่าประเทศไทยจะคงสถานะบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา หรือจะเปลี่ยนเป็นWL หรือไม่ขณะนี้กำลังเร่งทำงานกันอยู่ ซึ่งทางผู้เสียหายจะทำงานเองไม่ได้ นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้นำจับ ความเสียหายที่ประเมินในครั้งนี้มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านบาท และเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่สามารถจับกุมโรงงานเสื้อที่ผลิตสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปลอม จำหน่าย เสนอจำหน่าย มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักร มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.สายไหม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



