พล.ต.ท.ประจวบ รรท.รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานความมั่นคงแก้ไขความเดือดร้อน สร้างความสงบสุขพื้นที่ภาคเหนือ

12.07.24 | 14:25 น.

พล.ต.ท.ประจวบ รรท.รอง ผบ.ตร. เร่งรัดขับเคลื่อนงานความมั่นคงในพื้นที่ภาคเหนือ มุ่งแก้ไขความเดือดร้อน สร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนแก่ประเทศชาติและประชาชน


เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งให้ความสำคัญในการรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงในทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้บรรลุผลสำเร็จ เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างสูงสุด นั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. นำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ ขับเคลื่อนงานความมั่นคงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้บรรลุผลสำเร็จ
เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ต่อมาที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จว.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ พร้อมคณะเร่งรัดขับเคลื่อนงานความมั่นคงในพื้นที่ภาคเหนือ โดยร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มี นายชัชวาลย์ ปัญญา รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ซึ่ง พล.ต.ท.ประจวบ บรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” และพบปะสมาชิกสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเชียงใหม่ และผู้นำท้องถิ่นภาคเหนือ กว่า 1,200 คน เพื่อร่วมแสวงหาแนวทางและใช้กลไกความร่วมมือเครือข่ายผู้นำท้องถิ่นและประชาชน ร่วมป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ปัญหาความมั่นคง ชุมชนต้องเข้มแข็งและยั่งยืน

จากนั้น พล.ต.ท.ประจวบ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผบช.ตชด. ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ส.ต.อ.ชินวุฒิ มันทนา ผบ.หมู่ กก.ตชด.33 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ถูกยิงบริเวณช่องท้องและต้นขา จำนวน 2 นัด ขณะเข้าจับกุมคดียาเสพติด บริเวณบ้านห้วยตุ๊บ อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.67 ที่ผ่านมาและพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จว.เชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของและเงินบำรุงขวัญและกำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งรัดสิทธิประโยชน์ให้ได้รับครบถ้วนโดยเร็ว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ บก.ตชด.ภาค 3 พล.ต.ท.ประจวบ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ผู้แทนกองทัพภาคที่ 3, สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5, สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3, จังหวัดเชียงใหม่, ภ.5, ภ.6, บก.ตชด.ภาค 3, บก.ตม.5, บก.ทล. และ บก.รน. ร่วมประชุมติดตาม สถานการณ์และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ภาคเหนือ โดยกำชับการป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ สกัดกั้นขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาพื้นที่ชั้นใน ตลอดจนการสกัดกั้นทางน้ำ ในส่วนพื้นที่ชั้นใน ต้องบูรณาการกับฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ในการจับกุมผู้ค้า ขยายผลจับกุมทั้งขบวนการ และใช้มาตรการยึดทรัพย์ โดยชุมชนต้องร่วมมือกันทำให้ชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติด และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวกำชับการแก้ไขปัญหาการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ต้องปราบปรามขบวนการรับตัวจากชายแดน ซุกซ่อนมากับรถเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง มีรถนำคล้ายกับขบวนการขนยาเสพติด ซึ่งจากสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมา ทำให้มีการหลบหนีเข้ามาหางานทำในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เกิดปัญหาด้านความมั่นคง อาชญากรรมต่าง ๆ จึงต้องเร่งจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวโดยเร็ว พร้อมเร่งรัดปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ กลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มทุนสีเทา ซึ่งมักใช้พื้นที่ตามแนวชายแดนประเทศไทย เข้า – ออก ไปประเทศเพื่อนบ้านทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อกระทำผิดกฎหมาย เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ เป็นต้น ต้องพิจารณารื้อถอนเสาสัญญานอินเตอร์เน็ต ตรวจค้นแหล่งพักพิงสำหรับใช้เป็นที่กระทำผิด การจับกุม ขยายผล และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ในมาตรการยึดทรัพย์ พร้อมทั้งกวดขันการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี และของเถื่อนต่างๆ อีกทั้งได้เน้นย้ำไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น พล.ต.ท.ประจวบ แถลงผลการจับกุมรายสำคัญในพื้นที่ ภ.5 ได้แก่ สภ.เชียงดาว จับกุมยาบ้า 1 ล้านเม็ด ขยายผลจับกุมเครือข่าย 7 ราย ตรวจยึดทรัพย์สิน กว่า 10 ล้านบาท ร้อย ตชด.327 ตรวจยึดยาบ้า 3 ล้านเม็ด บก.สส.ภ.5 จับกุมผู้ต้องหาลักลอบตั้งโรงงานผลิตอาวุธปืน กลางเมืองพะเยา เปิดร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าบังหน้า ตรวจยึดอุปกรณ์การผลิตและส่วนประกอบอาวุธปืน กว่า 269 ชิ้น เงินหมุนเวียนกว่าล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ติดตั้งเครื่อง Simbox ของ call center 12 เครื่อง สามารถโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อได้วันละไม่ต่ำกว่า 100,000 ราย

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวขอบคุณหน่วยร่วมบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยตำรวจทุกหน่วย กองกำลังชายแดน ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่นและภาคประชาชน และหน่วยสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมบูรณาการทำงานด้านความมั่นคงในทุกมิติ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปฏิบัติจะบรรลุผลสำเร็จ เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนมีความปลอดภัย สังคมมีความสงบเรียบร้อย มีสันติภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืน