อดีตอธิบดีอุทยาน เชื่อ เสียงส่วนใหญ่ ต้องการป่าทับลานคงอยู่ ชี้ กฎหมายอุทยานแข็งที่สุดแล้ว ยังผ่อนปรนให้คนอยู่กับป่าไม่ผิดได้ แต่ถ้าจะเอาป่าไปเป็น ส.ป.ก.เพื่อขาย ยอมไม่ได้ เชื่อ การเมือง นายทุน ขรก.ผู้ใหญ่บางคนหนุนหลัง ย้ำเดินหน้าถวายฎีกาถ้าครม.ยังยืนยันเฉือน 2.65 ไร่
จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้เปิดช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวน 265,286.58 ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-12 กรกฎาคม 2567 อีกทั้งล่าสุด นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยังยืนยันกับมติครม เดิม คือยินยอมให้เอาพื้นที่อุทยานทับลาน 2.65 แสนไร่ ไปทำเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. จะถวายฎีกา นั้น
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากับ “มติชนออนไลน์” ว่า คาดว่า ตอนนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ คงจะยังไม่รู้รายละเอียดในเรื่องนี้ ให้เวลานายเศรษฐา ได้ศึกษาข้อมูลรายละเอียดก่อนว่า ทำไมถึงไม่สามารถให้ที่ดิน 2.65 แสนไร่ไปทำส.ป.ก.ได้ ซึ่งถ้าหากนายเศรฐา รับรู้รายละเอียดทั้งหมดและยังยืนยันว่าจะคงมติเดิมอยู่ ตนก็ยืนยันเช่นกันว่าจะถวายฎีกาอย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ออกมาบอกว่าควรจะยุบคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ(คทช.) นายดำรง กล่าวว่า เวลานี้ มีหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ ที่ดิน มากพอแล้ว ทั้งกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ กรมที่ดิน และ ส.ป.ก. ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องมี คทช.ก็ได้ เพราะถ้ามี คทช.ก็คือการไปเอาป่าออกมาแปรสภาพให้เป็นอย่างอื่น ยิ่งเวลานี้การแปรสภาพที่ดิน เพื่อให้เป็นส.ป.ก.นั้น ตันหมดแล้ว มีอย่างเดียวคือ ป่า อย่างที่ คทช.ทำกับป่าทับลาน เป็นต้น
“ก่อนหน้านี้ มีการตกลงกันว่าจะเอาที่ดินในป่าทับลานที่ทับซ้อนกับที่ชาวบ้าน ก่อนประกาศพื้นที่อุทยาน 5.8 หมื่นไร่ ไปเป็นที่ ส.ป.ก. แล้วมีการขีดเส้นแนวเขตใหม่เพื่อทำพื้นที่กันชนไม่ให้ชาวบ้านรุกเพิ่ม กลายเป็นว่า แนวกันชนตรงนั้นจะกลายเป็นพื้นที่ที่จะเอาไปรวมเป็นที่ ส.ป.ก.ด้วย 2.65 แสนไร่ ซึ่งทำแบบนี้ไม่ได้ ใครก็รู้กันว่า เรื่องนี้มีทั้งนายทุนและนักการเมืองหรือกระทั่งข้าราชการผู้ใหญ่บางคนหนุนหลัง” นายดำรงค์ กล่าว

อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า แล้วเดี๋ยวนี้ที่ดินส.ป.ก.ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อก่อนขายไม่ได้ ออกโฉนดไม่ได้ เวลานี้ทำได้หมด ใครๆ ก็อยากจะขายกัน ตอนแรกๆ ก็มีกระแสเซฟทับลานกัน เพราะคนไทยไม่อยากเห็นป่าถูกทำลาย อยากเก็บป่าเอาไว้ เพื่อดูดซับก๊าซพิษ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า ต่อมาเริ่มมีคนออกมาต้านว่า ป่าทับลานทับคน ห่วงแต่ป่าไม่ห่วงคน ตนจะบอกว่ากฎหมายอุทยานนั้นแข็งที่สุดแล้ว แต่ก็ยังยอมให้คนอยู่กับป่าได้โดยไม่มีความผิด ผ่อนปรนกันมามาก ตั้งแต่ มติ 30 มิถุนายน 2541 จนถึงปัจจุบัน แค่ไม่อนุญาตให้เอาไปขาย แต่อนุญาตให้ทำมาหากินชั่วลูกชั่วหลาน แต่เวลานี้มีความต้องการเพิ่ม จะเอาป่าไปขายโดยให้ออกเป็น ส.ป.ก. อันนี้ยอมไม่ได้
นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า เวลานี้หลายประเทศทั่วโลก ประชาชนพยายามปลูกต้นไม้ ปลูกป่าเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะโลกร้อนขึ้นทุกวัน แต่ประเทศไทยกลับต้องการเอาป่ามาขาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง และยอมไม่ได้ ตนเชื่อว่าวันนี้ ส.ป.ก.40 ล้านไร่อยู่ในมือเกษตรกรจริงๆ ไม่ถึง 10 ล้านไร่เท่านั้น ที่เหลือถูกขายไปอยู่ในมือนายทุน เพื่อสร้างรีสอร์ตและสภาพความเป็นป่าเหลือน้อยเต็มที
เมื่อถามว่า คาดว่าหากสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นกรณีทับลานจบแล้ว ผลจะออกมาอย่างไร นายดำรงค์ กล่าวว่า เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ คนต้องการที่จะเซฟทับลานกันทั้งนั้น อาจจะมีเสียงส่วนน้อยบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องยังอีกยาว เพราะหลังจากนี้ก็ต้องส่งผลสรุปให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติก็อาจจะเชิญ คทช. เข้ามาให้ความคิดเห็นอีกรอบ แต่ในความเห็นของตนคิดว่าไม่น่าเชิญเข้ามาร่วม หลังจากนั้น ก็ส่งเรื่องเข้า ครม. เมื่อถึงตอนนั้นหาก ครม. ยังยืนยันจะเอาป่าทับลาน 2.65 แสนไร่ ไปแปลงเป็น ส.ป.ก.อยู่อีก ตนก็จะถวายฎีกา

