เกษตรกร โอด ‘ปลานิลสายน้ำไหลเบตง’ ดับเกลื่อนเกือบ 30,000 ตัว ประมงฯ รุดเก็บตัวอย่างส่งตรวจ คาดก่อสร้างต้นน้ำ ทำเสียหายกว่า 10 ล้าน
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่บ้านบ่อน้ำร้อน ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นางจุไลวรรณ รุ่งกำเนิดวงศ์ ประมงจังหวัดยะลา ได้มอบหมายให้ นายประพัฒน์พงศ์ ทักษิณสัมพันธ์ นักวิชาการประมง สำนักงานประมงจังหวัดยะลา ลงพื้นที่หมู่ 2 บ้านบ่อน้ำร้อน เพื่อสำรวจแหล่งน้ำและสภาพพื้นที่การเลี้ยงปลานิลสายน้ำไหลเบตง ของ นายสันติชัย จงเกียรติขจร เกษตรกรเลี้ยงปลานิล หลังได้รับความเสียหาย ปลาตาย กว่า 25,000 ตัว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

โดยล่าสุด ยังคงพบปลาบางส่วนลอยตายขึ้นมาในบ่อใหญ่และบ่อพักปลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดยะลา ได้เก็บตัวอย่างปลา ตะกอนดินเพิ่มเติม ไปตรวจวิเคราะห์ตรวจหาเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย พร้อมส่งให้ทางห้องปฎิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา เพื่อหาสาเหตุการตายของปลา ส่วนตัวอย่างน้ำ และจะนำไปส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ทางเคมี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตรวจวิเคราะห์ประมาณ 3-5 วัน
ทั้งนี้ หากดำเนินการตรวจวิเคราะห์แล้วเสร็จ ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จะดำเนินการประสานเรื่องผลการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว มายังสำนักงานประมงจังหวัดยะลาทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายประพัฒน์พงศ์ นักวิชาการประมง สำนักงานประมงจังหวัดยะลา กล่าวว่า ภายหลังจากที่คณะทำงานส่งเสริมอาชีพและแก้ไขปัญหาการเลี้ยงปลานิลสายน้ำไหลได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำและสภาพพื้นที่การเลี้ยงปลานิลสายน้ำไหลเบตง ของเกษตรกรเลี้ยงปลานิลมาแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ตนได้เก็บตัวอย่างน้ำ ตัวอย่างปลา และตะกอนดินเพิ่มเติม
ผลจากการตรวจเบื้องต้น พบปลาบางส่วนยังมีอาการอ่อนแอ แต่ปลาภาพรวมมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ในส่วนปลาที่เลี้ยงขนาดครึ่งกิโล ขนาด 6-7 ขีด และขนาด 1 กิโลกรัมขึ้นไป โดยร่วมมีแนวโน้มที่ดีขึ้น มีการกินอาหารที่ดีขึ้น แต่ในส่วนปลาที่อยู่ในบ่อพัก มีขนาดเฉลี่ยกิโลครึ่งถึง 2 กิโลกรัม มีอาการเกล็ดพอง
“เกล็ดจะมีลักษณะตกเลือด ปลามีอาการซึมๆ ปลาบางส่วนจะเริ่มว่ายน้ำเชื่องช้าที่ผิวน้ำ การว่ายน้ำควงสว่านไร้ทิศทางที่บริเวณผิวน้ำ บางตัวมีอาการตาขุ่นออกมา ลำตัวมีสีคล้ำ มีบาดแผลตามผิวหนัง เมื่อทำการผ่าตรวจดูภายนอก เนื้อปลาก็จะมีกลิ่นคาว เนื้อปลามีรอยช้ำ บริเวณเหงือกมีตะกอน

ซึ่งระหว่างการดำเนินการตรวจวิเคราะห์ ทางเจ้าหน้าที่จะมีการติดต่อประสานกับเกษตรกรเลี้ยงปลานิลสายน้ำไหลเบตง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” นายประพัฒน์พงศ์กล่าว
ด้าน นายสันติชัย จงเกียรติขจร ผู้เลี้ยงปลานิลสายน้ำไหล กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ปลาในบ่อตาย รอบนี้ตายไป 25,000 ตัว เกือบๆ 30,000 ตัว
ส่วนตัวคาดว่า ปลาที่ตายมีสาเหตุมาจากการก่อสร้างจากต้นน้ำ แล้วน้ำจากการก่อสร้างได้ไหลลงบ่อปลาของตน และผู้เลี้ยงปลาคนอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

“ประเมินความเสียหาย กว่า 10 ล้านบาท ต้องขอขอบคุณทางสำนักงานประมงจังหวัดยะลา และคณะทำงานส่งเสริมอาชีพและแก้ไขปัญหาการเลี้ยงปลานิลสายน้ำไหลอย่างครบวงจรจังหวัดยะลา รวมถึง อบต.ตานะแมเราะ และทางอำเภอเบตง ที่ได้ร่วมบรูณาการลงพื้นที่หาสาเหตุการตายของปลานิลสายน้ำไหลในครั้งนี้” นายสันติชัยกล่าว




