เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ หรือเปอร์มา ตามาส ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ยกระดับการเคลื่อนไหว หลังรัฐบาลประกาศเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ จ.สงขลา นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ หรือเปอร์มา ตามาส ร่วมกับตัวแทนเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ่านแถลงการณ์การยกระดับการเคลื่อนไหว หลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินเมื่อวานนี้
ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า นโยบายการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทยทั้งที่กระบี่และเทพา รวมถึงที่อื่นๆ ตามแผน PDP2015 นับเป็นนโยบายที่มีความไม่สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และไม่ใช่ความต้องการของประชาชน แต่เป็นนโยบายที่เกิดจากความต้องการพัฒนาประเทศไปสู่อุตสาหกรรมหนัก และมีแนวโน้มที่การผลักดันดังกล่าวมีผลประโยชน์ทับซ้อนและการคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่อยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้เพราะ กฟผ.และกลุ่มทุนใหญ่ได้ไปซื้อหรือลงทุนเหมืองถ่านหินในต่างประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ไว้แล้ว
นายดิเรกกล่าวว่า หลังทราบมติ กพช.แล้ว ทำให้เครือข่ายเปอร์มา ตามาส มองว่าในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา รัฐบาลก็คงจะต้องสั่งเดินหน้าอย่างแน่นอน จึงพร้อมที่ต่อสู้คู่ขนานไปยังเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โดยหลังจากนี้จะมีการนัดรวมพลครั้งใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมชาวบ้านในพื้นที่ในการร่วมต่อสู้ หากมีเหตุรุนแรงกับเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินที่ยังคงอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ก็พร้อมที่จะเดินทางเข้าสมทบทันที
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ซึ่งเป็นนักกิจกรรมในพื้นที่ กล่าวให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า มติที่ออกมาไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการเตรียมความพร้อมกันมาทุกด้าน หลังจากนี้คงไม่ใช่เป็นเรื่องของคนในพื้นที่เพียงฝ่ายเดียวแล้ว แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศต้องมองว่าจะมีส่วนร่วมในการสร้างโครงการขนาดใหญ่อย่างไร ขณะนี้ถือเป็นโจทย์ของคนทั้งประเทศ จากเดิมที่เป็นโจทย์ของคนในพื้นที่ คาดหวังว่าคนทั้งประเทศจะช่วยกัน มติ ครม.หรือมติใดๆ อนุมัติก็เปลี่ยนแปลงมติได้ ทั้งนี้มองว่ารัฐบาลมีธงอยู่แล้ว คณะกรรมการ 3 ฝ่ายของโรงไฟฟ้ากระบี่ก็เป็นเพียงวาทกรรม การทำตามขั้นตอนต่างๆ ก็เป็นเพียงพิธีกรรมหนึ่งที่จะให้ครบกระบวนการ การเสนอข้อมูลต่างๆ ของฝ่ายที่คัดค้านก็ไม่ได้รับการพิจารณามากนัก สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้น ชาวบ้านในพื้นที่เดินหน้าคัดค้านโครงการอยู่แล้ว เพราะชาวบ้านนับพันคนต้องย้ายออกจากชุมชนที่เคยอยู่ อีกนับพันคนต้องอยู่ติดกับแนวรั้วของโรงไฟฟ้าแห่งนี้

