ตำรวจนครบาลตั้ง 2 ปมชู้สาว-ชิงทรัพย์นักศึกษาชาวจีน จ่อออกหมายจับเพื่อนชาย

14.07.24 | 13:44 น.

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยกรณีที่มีเพื่อนนักศึกษาชาวจีนเข้าแจ้งความที่ สน.บางรัก ว่า น.ส.เหยียน รุ่ยหมิน (MS.YAN RUIMIN) อายุ 38 ปี เพื่อนนักศึกษาชาวจีน หายตัวไป โดยครั้งสุดท้ายที่ติดต่อคือเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา โดย MS.YAN บอกว่าวันที่ 2 กรกฎาคมจะเดินทางไป จ.ภูเก็ต ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงเข้าแจ้งความให้ช่วยตามหา ภายหลังตำรวจลงพื้นที่เร่งด่วนก่อนพบชิ้นส่วนมนุษย์ในป่าข้างทาง จ.ฉะเชิงเทรา จึงสันนิษฐานเป็นหญิงชาวจีนที่หายตัวไปว่า ขณะนี้ทางญาติ MS.YAN พร้อมกับสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เดินทางมา สน.บางรัก ขอหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายชายชาวจีน โดยทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจ DNA เปรียบเทียบจากทางโรงพยาบาลตำรวจอย่างละเอียด เนื่องจากสภาพที่พบอยู่ในลักษณะเน่าเปื่อย ไม่สามารถตรวจได้จากชิ้นเนื้อ จึงต้องตรวจจากโครงกระดูกที่พบและนำมาเปรียบเทียบกับ DNA ของบิดาของ MS.YAN


พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า ในส่วนผู้สูญหาย และผู้ต้องสงสัยชายชาวจีนนั้นจากพยานหลักฐานพบว่า ทั้ง 2 คนมีการนัดหมายเพื่อเจอกันที่ซอยสุขุมวิท 12 ก่อนที่จะช่วยกันยกกระเป๋าและขึ้นรถไปด้วยความสมัครใจโดยไม่มีการใช้กำลังประทุษร้ายแต่อย่างใด และภาพยังปรากฏชัดเจนอีกว่าทั้ง 2 คนจอดรถและลงจากรถจับมือกันไปซื้อของที่ตลาดนัดคลองเตย เชื่อว่าทั้ง 2 คนนั้นรู้จักกันมาก่อนและไปด้วยกันด้วยความสมัครใจ

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า ในส่วนของวีแชตที่มีการกล่าวถึงการอุ้มรีดค่าไถ่นั้นทางตำรวจสอบปากคำญาติ MS.YAN แล้วปรากฏว่าเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนระหว่างเพื่อนของ MS.YAN ซึ่งเป็นผู้แจ้งและกับทางครอบครัว เนื่องจากว่า MS.YAN หายตัวไปเป็นระยะเวลาหลายวัน เพื่อนผู้แจ้งเชื่อว่าน่าจะโดนลักพาตัวเกรงว่าจะตกอยู่ในอันตราย จึงติดต่อไปทางครอบครัว MS.YAN โดยสื่อสารว่าถูกอุ้มไปรีดค่าไถ่ ทางญาติจึงสอบถามว่าแล้วต้องทำอย่างไร เพื่อนผู้แจ้งจึงบอกเพียงแค่ว่าให้เตรียมเงินมา 1 ล้านหยวนไว้ก่อน ทั้งนี้ ทางตำรวจมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าไม่ได้มีการอุ้มรีดค่าไถ่จากคนร้ายตามที่เพื่อนผู้แจ้งเข้าใจผิดแต่อย่างใด

รอง ผบช.น.กล่าวว่า ประเด็นในการสืบสวนชัดเจนว่าผู้ตายรู้จักกับผู้ต้องสงสัยชายชาวจีนและมีการสมัครใจในการไปด้วยกัน จึงเหลือเพียง 2 ประเด็นที่ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานคือ เรื่องชู้สาว และประสงค์ต่อทรัพย์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ และขอหมายแดงเพื่อทำเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป

Advertisement

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดพบว่าคดีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ หรือการอุ้มรีดค่าไถ่แต่อย่างใด แต่มุ่งเน้นในเรื่องส่วนตัวเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการป้องกัน คัดกรอง บุคคลต่างชาติเข้าประเทศเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยมีตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และประสานงานกับทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ที่ถือเป็นด่านแรกที่คนร้ายจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย