อัยการ พร้อมตร.ปอศ. บินลงใต้ ตรวจสอบจุดจับกุมคดีเรือน้ำมันเถื่อน

15.07.24 | 13:14 น.

‘วัชรินทร์’รองอธิบดีอัยการสอบสวนขึ้นเครื่องบินตำรวจลงใต้ตรวจสอบจุดจับกุมคดีเรือน้ำมันเถื่อน ป้องกันข้อต่อสู้ทางกฎหมาย อ้างอยู่ในน่านน้ำสากล


เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่กองบินตำรวจดอนเมือง นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผกก.2 บก.ปอศ.) และพนักงานสอบสวนเดินทางขึ้นเครื่องบิน เพื่อไปสำรวจจุดจับเรือน้ำมันเถื่อน 5 ลำ บริเวณน่านน้ำเศรษฐกิจจำเพาะหรือน่านน้ำสากล ในพื้นที่ จ.สงขลา

นายวัชรินทร์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางไปสำรวจจุดจับกุมในวันนี้เนื่องจากต้องการความชัดเจน ว่าตรงกับที่ระบุในสำนวนตำรวจหรือไม่ และสามารถจะเอาผิดในข้อหาตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และสรรพสามิต ฐานพยายามนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาในประเทศไทยได้หรือไม่ เพื่อป้องกันข้อต่อสู้ทางกฎหมายที่ทางฝั่งของผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องของจุดจับกุมที่อ้างว่าตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่ถ้าในกรณีจุดจับกุมอยู่ในน่านน้ำสากลจริง ทางกฎหมายก็สามารถที่จะหาหลักฐานในส่วนอื่นๆ

เช่นหลักฐานจากฝั่งไทยว่ามีความพยายามที่จะประสานงานหรือติดต่อขายน้ำมันเถื่อนในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนของตำรวจและเจ้าหน้าที่อัยการต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไปว่าผู้ถูกกล่าวหามีความพยายามจะนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายในประเทศไทยหรือไม่ ส่วนพฤติกรรมที่พบว่าเรือ 1 ใน 5 ลำเป็นเรือที่มีสัญชาติไทยอยู่ด้วย และพบว่าเรือทั้ง 5 ลำได้ทำการชักธงไทยในน่านน้ำสากลสามารถเอาผิดได้ แต่เป็นเพียงข้อหาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือซึ่งไม่ใช่ข้อหาหลัก

Advertisement

ส่วนเสี่ย “จ” จะอยู่เบื้องหลังของการค้าน้ำมันเถื่อนในครั้งนี้หรือไม่ ในข้อเท็จจริงเสี่ย “จ”เคยถูกดำเนินคดี
เเต่ในสำนวนคดีที่ตนทำอยู่ยังไม่พบรายชื่อนี้ปรากฏอยู่ แต่ในส่วนคดีที่มีการขโมยเรือของกลาง 5 ลำพร้อมน้ำมันออกไปจากท่าเรือตำรวจน้ำที่ชลบุรี พนักงานสอบสวนในคดีเรือน้ำมันเถื่อนจะนำสำนวน มาประกอบได้เเต่จะมารวมเป็นสำนวนเดียวกันไม่ได้เนื่องจากคดีที่ตนทำอยู่เป็นคดีนอกราชอาณาจักร ส่วนคดีเรือหายเป็นคดีในราชอาณาจักร