หมอสมิทธิ์ ขอบคุณ สธ.เอากัญชาเป็นยาเสพติดก่อน ชี้ รอมีกฎหมายชัดเจน ค่อยว่ากันอีกครั้ง

17.07.24 | 14:56 น.

หมอสมิทธิ์ ขอบคุณ สธ.เอากัญชาเป็นยาเสพติดก่อน ชี้ รอมีกฎหมายชัดเจน ค่อยว่ากันอีกครั้ง ยัน ใช้แล้วติด-มีผลต่อสมองจริง

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายยศกร ขุนภักดี ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด (YNAC) พร้อมด้วย ศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภาและนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดขอบคุณที่มีมติเห็นชอบร่างประกาศสธ. เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยมี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสธ.รับเรื่อง โดยนายยศกร กล่าวว่า ตัวแทนเยาวชนและเครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน มาขอบคุณคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดที่นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ทั้ง ผลสำรวจประชาชนของนิด้าโพลเมื่อวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2567 ที่พบว่าร้อยละ 75 ของประชาชนต้องการให้นำกัญชากลับเข้าไปเป็นยาเสพติด และประชาชนกว่า 2แสนคนร่วมลงชื่อกับเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด เพื่อสนับสนุนให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดและใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้ ร่างประกาศสธ.ฉบับนี้ เป็นร่างที่ประชาชนเห็นชอบด้วยเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนกว่า 80,000 คน หรือร้อยละ 80 ของประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทั้งหมด) ดังนั้นร่างนี้จึงควรให้ความสำคัญมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีนักวิชาการพยายามเสนอร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขอันใหม่ขึ้นมา โดยไม่สนใจเสียงของประชาชนที่สนับสนุนร่างนี้รศ.นพ.สมิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายที่เห็นควรว่า ควรใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งข้อมูลล่าสุด จาก World drug report 2024 ยืนยันว่าการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการบ่อยๆ มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะติดยา และมีอาการทางจิตเวชแบบคลุ้มคลั่งได้ ขณะเดียวกัน United Nations office on Drugs and Crime ระบุว่าการเริ่มใช้กัญชาในวัยรุ่น โดยเฉพาะการใช้เป็นประจำทำให้มีความเสี่ยง ในการติดกัญชา ก่อให้เกิดปัญหาจิตเวชและพัฒนาการเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่โดยเฉพาะทางสมอง ดังนั้น ตอนนี้จึงอยากให้มีความชัดเจนในการควบคุมก่อน จึงควรนำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดอีกครั้ง ส่วนอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ค่อยมาคุยกัน เนื่องจากทั่วโลกที่มีนโยบายกัญชาเสรี ก็ต้องมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมมาก่อนนายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข มารับเรื่องในวันนี้ ซึ่งตนก็จะนำเรียนท่านต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่า สธ. รับฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบังคับใช้กฎหมายและการใช้ประโยชน์จากกัญชา อย่างไรก็ตาม (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. … ที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำมายื่นกับตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับร้องเรียนก่อนหน้านี้ เพื่อให้มีการใช้กัญชาแบบมีเงื่อนไขนั้น รมว.สาธารณสุข มอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำไปประมวลเพื่อสรุปผล ก่อนนำเสนอเป็นส่วนของความเห็นเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) คาดว่าจะสามารถนำเสนอได้ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนคณะกรรมการจะพิจารณารับร่างหรือให้ความเห็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ตรงนี้ตนได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว

เมื่อถามว่าร่างประกาศฯ ฉบับอาจารย์ปานเทพ ไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ จากสธ. จะมีผลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการหรือไม่ นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ส่วนนั้นเป็นขั้นตอนของทาง ป.ป.ส. ที่จะพิจารณา ทางสธ.ก็รับฟังและนำไปเสนอ แต่เป็นคนละเรื่องกับร่างประกาศฯ ที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษมีมติไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม