พล.ต.อ.เอก โพสต์เสียงสะท้อนตำรวจ ระบุแผลในใจจาก คสช.สู่ปัญหาเรื้อรัง หวังว่าจะปฏิรูปตำรวจอีกครั้ง อย่างจริงจัง
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Aek Angsananont (พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์)ระบุว่า
“ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมได้นำเสนอเรื่อง นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับการพัฒนางานสืบสวนสอบสวน การเสนอร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) เกี่ยวกับการเลือกประธาน ก.ตร. องค์ประกอบ ก.ตร.การคืนแท่งพนักสอบสวน แต่งตั้งอาวุโส 50% ฯลฯ
ได้มีนายตำรวจท่านหนึ่งส่งข้อความมาให้ผม แสดงความคิดเห็นในเรื่องปัญหา ข้อขัดข้อง และเสนอแนะการแก้ไขปัญหาตำรวจ หลายเรื่อง
ผมพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความคิดเห็นที่เป็นอิสระ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ สะท้อนให้เห็นความจริงที่เกิดขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาตำรวจ เพื่อให้ตำรวจเป็นตำรวจของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป
ขออนุญาตนำเสนอไว้ ณ ที่นี้
ตอนที่ 1
เมื่อคราวมีการปฏิบัติการทำรัฐประหารที่ผ่านมา ข้าราชการตำรวจ โดยภาพรวม ต่างมีความคาดหวังว่า เมื่อทหารมาปกครองและบริหารงานองค์กรตำรวจและข้าราชการตำรวจน่าจะต้องดีขึ้นทั้งในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย เรื่องสวัสดิการและเรื่องความเจริญก้าวหน้าในอาชีพให้เหมือนหรือคล้ายกับกองทัพ ซึ่งข้าราชการตำรวจหวังว่า ทหารที่มาปกครองหรือเป็นผู้บังคับบัญชาองค์กรตำรวจซึ่งเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเหมือนกันและทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะการถูกกระทำจากอำนาจทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง มาก่อนเหมือนกัน คงจะไม่เกิดขึ้นในยุคทหารครองเมือง
เมื่อได้เฝ้าติดตามการบริหารงานของทหารที่ผ่านมาปรากฏว่าข้าราชการตำรวจโดยภาพรวมประชาชนและสื่อมวลชนย่อมสัมผัสได้ว่า ความหวังที่จะให้องค์กรตำรวจดีขึ้นกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามและ เมื่อเปรียบเทียบกับยุคอื่นๆที่ผ่านมา ในหลายๆ เรื่อง กลับหนักกว่าเดิม…หลายเรื่องราว ที่ทหารผู้ปกครอง นำมาใช้กับองค์กรตำรวจและข้าราชการตำรวจ ทั้งในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย สวัสดิการ หรือการเจริญก้าวหน้าไม่เหมือนระบบของกองทัพแต่อย่างใด และข้าราชการตำรวจโดยทั่วไปก็ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
เพราะหลายกรณีทุกคนรับรู้ รับทราบว่าที่ปรึกษาหรือผู้ดำเนินการผู้อยู่เบื้องหลัง คือ นายตำรวจระดับสูงของ ตร.เป็นผู้ชี้โพรงให้กระรอกมาทำปู้ยี้ปู้ยำ องค์กรตำรวจที่ตนเองรับราชการ รับเงินเดือน และบางครั้งเคยประสบปัญหาในลักษณะ ดังกล่าวมาแล้ว น่าจะมีจิตสำนึกที่จะนำเสนอข้อมูลหรือใช้เป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจและขอความเห็นใจจากทหารผู้มีอำนาจในการแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนาองค์กรตำรวจให้ดีขึ้น แต่เปล่าเลย
ตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ผ่านมา ทำให้องค์กรตำรวจเสื่อมหนักและข้าราชการตำรวจเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกขาดความสามัคคีอยู่แบบ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ข่าวสารเกี่ยวกับการ ซื้อขายตำแหน่ง เกิดขึ้น อย่างมากมายข่าวสารเกี่ยวกับการถอนทุนเกิดขึ้น ตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่ง ประชาชน สังคม และสื่อมวลชน ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างกว้างขวางทำให้ ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และรักในองค์กรตำรวจ หลายนาย เกิดการท้อแท้ ไม่เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวผู้บังคับบัญชาจนบางนายเมื่อทนไม่ไหว ก็จะเกิดการร้องเรียนผู้บังคับบัญชาหรือยิงผู้บังคับบัญชา หรือลาออกไปหรือแม้กระทั่งยิงตัวตาย
ผู้มีอำนาจและผู้บังคับบัญชาของ ตร.มักจะกล่าวมาโดยตลอดว่างานสอบสวน ถือว่าเป็นหัวใจของสถานีตำรวจ เป็นงานหลักและสำคัญยิ่งขององค์กรตำรวจหน่วยงานใดจะยื้อแย่งไปไม่ได้ แต่ในยุคทหารครองเมือง กลับออกคำสั่งยกเลิกแท่งเลื่อนไหลในการเจริญเติบโตของพนักงานสอบสวน
ที่ผ่านการประชุมพิจารณาจากคณะกรรมการที่เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ มาระดมความคิด ในการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนางานสอบสวนมาเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับและเป็น ขวัญกำลังใจกับพนักงานสอบสวน เป็นอย่างยิ่ง…แต่กลับถูกยกเลิกไปภายใต้คำถามและความไม่เข้าใจ รวมทั้งความเสื่อมศรัทธาจากพนักงานสอบสวนกับผู้มีอำนาจและกับผู้บังคับบัญชาของ ตร.บางนาย
จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับองค์กรตำรวจและข้าราชการตำรวจ ที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดการเรียกร้องและวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน สื่อมวลชนและข้าราชการตำรวจโดยภาพรวม ให้มีการแก้ไขปรับปรุง และ พัฒนา ในรูปแบบการปฏิรูปตำรวจให้เป็นตำรวจของประชาชนจริงๆ รวมทั้งได้รับความเมตตา กรุณา จากท่านและอดีตผู้บังคับบัญชาของตร.หลายท่าน ที่รักและห่วงใยองค์กรตำรวจและข้าราชการตำรวจ ได้ ออกมาเรียกร้อง แสดงความคิดเห็นในเชิงเสนอแนะ แนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดตรงใจ และปฏิบัติได้จริง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน สังคม และข้าราชการตำรวจ โดยภาพรวม ภายใต้กรอบของกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อมาผู้มีอำนาจในยุคนั้น ได้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฉบับปฏิรูปนำมาใช้แต่เมื่อพิจารณาเนื้อในแล้วก็ยังคงอำนาจของฝ่ายการเมือง และผู้มีอำนาจอยู่ เหมือนเดิม
สำหรับการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการตั้งคณะกรรมการในการปรับปรุงงานสอบสวนที่มีท่านเป็นประธาน และมีคณะกรรมการ เมื่อพิจารณาจากรายชื่อแล้วทำให้ข้าราชการตำรวจและ พนักงานสอบสวน เกิดความเชื่อมั่น และมั่นใจว่า งานสอบสวนจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็ลุ้นลึกๆ ว่า ผู้มีอำนาจจะเห็นด้วยกับข้อเสมอแนะของประธานและคณะกรรมการชุดนี้ไม่นำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เก็บใส่ลิ้นชักไว้โดยไม่นำมาปฏิบัติจริงครับ
ตอนที่ 2
ความต้องการกับการกระทำที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ มีความย้อนแย้งกัน ดั่งจะเห็นในกรณีที่ผู้มีอำนาจมักจะพูดอยู่เสมอว่าต้องทำให้ตำรวจเป็นตำรวจของประชาชน และปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองสิ่งที่ได้รับรู้และที่เห็นกลับกลายเป็นตรงกันข้าม
ประเทศไทยมีกระบวนการยุติธรรม ที่สำคัญคือ ตำรวจ อัยการและศาล แต่เหตุใดกระบวนการยุติธรรมกลางน้ำและปลายน้ำ คือ อัยการและศาลได้รับการดูแลจากผู้มีอำนาจเป็นอย่างดีโดยให้เป็นองค์กรอิสระ มีสวัสดิการและการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรมโดยการเมืองและผู้มีอำนาจไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ส่งผลให้ไม่มีปัญหาการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องต่างๆให้เกิดความเสื่อมเสียแต่อย่างใด และยังได้รับการยกย่องว่า มีระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่ดี มีความเป็นธรรม พร้อมกับผู้มีอำนาจได้ดูแลสวัสดีการและ เงินเดือนอย่างเต็มที่ โดยให้เหตุผลว่า เมื่อท้องอิ่ม ปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์ หรือสร้างความเดือดร้อน กับประชาชน จะไม่เกิดขึ้น
องค์กรตำรวจได้รับการเปรียบเทียบว่า เป็นต้นธารกระบวนการยุติธรรมที่มีความสำคัญแต่กลับถูกละเลยจากผู้มีอำนาจในการดูแลสวัสดิการด้านต่างๆ เช่น เงินเดือนและเครื่องมือ เครื่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะต้องทำงานภายใต้ ความขาดแคลน และโดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ปัจจุบันจะมีการกล่าวอ้างว่ามีการปฏิรูปตำรวจแล้ว แต่ถามว่ามีความครบถ้วน สมบูรณ์แล้ว หรือไม่ ผู้มีอำนาจและการเมืองแทรกแซง การแต่งตั้ง โยกย้ายได้หรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าผู้มีอำนาจและผู้บังคับบัญชารับรู้รับทราบ เป็นอย่างดีจะสังเกตว่าเมื่อมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเมื่อไหร่ จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน สังคมและสื่อมวลชนเสมอๆ และสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน จะมีข้าราชการตำรวจบางส่วน จะร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมมาเป็นระยะๆ
ถามว่าผู้มีอำนาจไม่ทราบหรือว่าปัญหาขององค์กรตำรวจคืออะไรและจะแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างไร ผมเชื่อว่ารับรู้รับทราบเป็นอย่างดีแต่ปัญหา อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง
ตามที่ท่านและอดีตผู้บังคับบัญชาหลายท่านที่รักและห่วงใยองค์กรตำรวจได้กรุณาช่วยกันนำเสนอปัญหาขององค์กรตำรวจ พร้อมมีข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถปฏิบัติได้จริง เห็นผลเป็นรูปธรรม ไว้เรียบร้อยแล้ว ผม พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ข้าราชการตำรวจได้ แต่คาดหวังและภาวนาว่าผู้มีอำนาจจะนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น และสอดคล้องกับกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ เพื่อให้องค์กรตำรวจและข้าราชการตำรวจมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรีและ ที่สำคัญให้เป็นตำรวจของประชาชนจริงๆ เสียทีครับ
ขอขอบคุณและขอชื่นชมนายตำรวจท่านนี้เป็นอย่างยิ่ง และขอปวารณาว่าจะทำหน้าที่ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเข็มแข็งต่อไปครับ”

