เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บ้านโพธิ์ศรีสำราญ ต.หัวนา อ.เมืองหนองบัวลำภู นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดโครงการระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้มีการนำเอานวัตกรรม เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อการเกษตรได้อย่างเหมาะสมและสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน สมาชิกกลุ่มปลูกผักอินทรีย์ และพี่น้องประชาชนบ้านโพธิ์ศรีสำราญ และหมู่บ้านใกล้เคียงของตำบลหัวนาเข้าร่วมงาน
นายชัยรัตน์ พงศ์พีระ พลังงานจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับเทศบาลตำบลหัวนา ดำเนินโครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบลมาตั้งแต่ปี 2558 โดยที่ผ่านมาได้มีการถ่ายทอดความรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานของประเทศและพื้นที่ และประชาชนนำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ประกอบกับบ้านโพธิ์ศรีสำราญได้มีการจัดตั้งกลุ่มปลูกผักอินทรีย์โดยใช้ประโยชน์จากหนองน้ำกุดตาแมว ใช้ไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำในการสูบน้ำเพื่อนำมารดผัก ซึ่งการตั้งกลุ่มปลูกผักดังกล่าวทำให้ชุมชนมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น มีผู้สนใจอยากเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น จึงมีการจัดทำโครงการระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเกษตรอินทรีย์มาทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้า ลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล เป็นแหล่งเรียนรู้จากการประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในชุมชนและชุมชนข้างเคียง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเพื่อให้ประชาชนบริโภคผักปลอดสารพิษและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ด้านนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จและความเข้มแข็ง ของชุมชนโพธิ์ศรีสำราญและพี่น้องชาวหนองบัวลำภู ในการทำการเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้จนเกิดผลเป็นรูปธรรม และยังสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลอีกด้วย ซึ่งการดำเนินงานปัจจุบันทราบว่ามีสมาชิกกลุ่มปลูกผักอินทรีย์ บ้านโพธิ์ศรีสำราญ จำนวน 38 คน มารวมตัวกันปลูกผักอินทรีย์ ปลอดภัยจากสารเคมีนำมาบริโภคกันเองในครัวเรือนและยังขายเป็นรายได้ของสมาชิก ทราบว่าเป็นรายได้ที่ดี ผักเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย นอกจากนั้นแปลงผักแห่งนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานจากประชาชนทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัด จึงขอให้มีการถ่ายทอดความรู้และต่อยอดพัฒนาบนพื้นฐานของความพอเพียง ที่เป็นต้นแบบของการทำการเกษตรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองบัวลำภู

