โฆษกอัยการชี้ดีเอสไอทำดีสุดให้มวลชนพ้นวัด ลดปะทะ ใครฝืนมีโทษตามคำสั่งคสช.

19.02.17 | 16:03 น.

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงขอให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชน ที่ไม่ได้มีที่อยู่ในบริเวณวัดธรรมกาย ออกจากพื้นที่ภายในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเข้าตรวจค้นวัดเพื่อตามจับตัวพระธัมมชโย ตามหมายจับว่า เห็นได้ว่า ดีเอสไอ พยายามที่จะติดตามหาตัวพระธัมมชโย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ภายในอายุความ 15 ปี นับจากวัดเกิดเหตุ ( ปี พ.ศ.2552) ตามที่มีการออกหมายจับไว้ ทั้งการตรวจค้นในวัด กับพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาอาจพำนักอยู่ แต่เพราะมีมวลชนจำนวนมาก กับพื้นที่วัดมีขนาดกว้างขวาง การตรวจค้นย่อมเกิดเป็นอุปสรรคความยุ่งยากที่ไม่อาจตรวจค้นได้โดยรวดเร็ว เหมือนคดีอื่นๆ ดังนั้นการที่อธิบดีดีเอสไอ ใช้มาตรการเหล่านี้ออกมาเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ลดความเสี่ยงเกิดการปะทะให้มากที่สุด โดยมีอำนาจตามคำสั่ง คสช.และ มาตรา 44 ที่ประกาศเป็นวัดธรรมกายพื้นที่ควบคุมพิเศษ และถึงแม้หากครั้งนี้ ยังตามตัวไม่พบคดียังไม่ยุติ ในอนาคตก็สามารถขอหมายค้นได้อีกหากมีเบาะแสใหม่

ร.ท.สมนึกกล่าวอีกว่า ส่วนระหว่างจะทำการตรวจค้น หากมีการปะทะ ลักษณะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นของเจ้าพนักงาน ไม่ว่าพระภิกษุ หรือฆราวาส ต้องอยู่ภายใต้การบังคับกฎหมายเดียวกันซึ่งมีโทษตามที่กำหนดไว้ในการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และประมวลกฎหมายอาญาก็มีโทษกำหนดไว้ด้วยเรื่องการขัดขวางเจ้าพนักงาน