เหิมเกริม 5 ชายฉกรรจ์ บุกบ้านพักเก็บไม้ของกลาง กลางดึก จนท.ยิงปืนขู่ หนีเข้าป่า 4 คน
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายวีระพงศ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน รายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกองร้อยทหารพรานที่ 1306 กรมทหารพรานที่ 13 จับกุมชายรับจ้างลักลอบขนไม้ของกลาง บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าหลุม

โดยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 00.30-01.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหลุมจังหวัดได้ยินเสียงรถยนต์ขับเข้ามาบริเวณหน่วย พร้อมบุคคลต้องสงสัยปิดบังใบหน้า ประมาณ 5 คน ลงมาจากรถและวิ่งตรงไปยังบ้านพักที่เก็บไม้ของกลางในคดีอาญาของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เจ้าหน้าที่ที่เห็นเหตุการณ์จึงยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่และแจ้งให้กลุ่มคนหยุดการกระทำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืนดังสวนขึ้นมา จึงยิงข่มขู่ไปอีก ส่งผลให้กลุ่มบุคคลวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงขอกำลังจากหน่วยใกล้เคียงเพื่อออกติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าว
เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่มาถึงจึงเริ่มตรวจสอบร่องรอยการหลบหนี พบร่องรอยลื่นไถลบริเวณชายป่า ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงแยกกันออกค้นหา เมื่อเดินตามรอยเท้าไปพบซองใส่อาวุธปืนตกอยู่ 1 ซอง และพบชาย 1 คน กำลังจะวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ชายคนดังกล่าวขัดขืนการจับกุมและพยายามจะหลบหนี จึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุน คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับชายต้องสงสัยได้ และออกค้นหาบุคคลต้องสงสัยรายอื่น แต่ค้นหาไม่พบประกอบกับพบร่องรอยช้างป่าในพื้นที่จึงหยุดการค้นหาดังกล่าว

จากการสอบถามผู้ชายที่ถูกควบคุมตัวได้ ทราบชื่อ นายอภิสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ 18 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายอภิสิทธิ์เล่าว่า ตนมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง มาพักอยู่บ้านนายอุดม (โทน) ได้ชักชวนและว่าจ้างให้มาขนไม้ ในราคา 10,000 บาท โดยนายอุดมเป็นคนขับและมีคนนั่งด้านหน้ามาด้วย ขับรถไปรับคน 3 คน ตนนั่งท้ายกระบะกับชายอีก 2 คน ทุกคนใส่ผ้าปิดบังใบหน้า และขับรถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวมีฐานความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฐาน “ร่วมกันเข้ามาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 53 ผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ฐาน “ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงาน” ตามมาตรา 138 ฐาน “ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยมีอาวุธติดตัวไปด้วย พยายามปล้นทรัพย์ในสถานที่ราชการในเวลากลางคืน” ตามมาตรา 335 (1)(7)
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้กระทำผิดส่งสถานีตำรวจภูธรท่าตะเกียบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเร่งขยายผลหาผู้กระทำผิดที่หลบหนีต่อไป


