ผวา! 4 จว.อีสานล่าง ป่วยมือเท้าปากพุ่งกว่า 1.8 พันราย โคราชหนักสุด สคร.ย้ำปชช. ดูแลสุขอนามัย-เข้มความสะอาด
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) ได้รายงานสถานการณ์ทางระบาดวิทยาของโรคมือเท้าปาก ในเขตสุขภาพที่ 9 ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 26 ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.-29 มิ.ย.67 มีผู้ป่วยสะสม 1,714 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต
และเมื่อผ่านมา 1 สัปดาห์ เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 27 ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.-6 ก.ค.67 พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 88 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,802 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต โดยแนวโน้มการระบาดของโรค ในช่วงสัปดาห์ที่ 10 ถึง 20 คือตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.-25 พ.ค.67 มีแนวโน้มที่ลดลง แต่หลังจากนั้น เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน การระบาดของโรคกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 21 คือตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.67 เป็นต้นมา
และเมื่อแยกเป็นรายจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 9 ช่วง 8 สัปดาห์ย้อนหลัง หรือตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.-6 ก.ค.พบว่า จ.นครราชสีมา มีรายงานผู้ป่วยสะสมมากสุด 141 ราย ซึ่งที่ อ.ขามทะเลสอ พบผู้ป่วยมากสุด ส่วน จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 81 ราย, จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 74 ราย และ จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 40 ราย ทั้งนี้ กลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 0-4 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี และกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ
นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ขอเน้นย้ำไปถึงพี่น้องประชาชนว่า โรคนี้เกิดได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงเปิดเทอมเด็กจะมีกิจกรรมรวมกลุ่มกันมากขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน สภาพอากาศจะชื้นแฉะ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคมือ เท้า ปาก ได้ง่าย จึงมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก จะเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคติดต่อกันจากการสัมผัสของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากแผลตุ่มพอง อุจจาระของผู้ป่วย การไอ จาม หรือหายใจรดกัน
ดังนั้น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้ปกครอง จึงต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก โดยขอให้ผู้ปกครองคัดกรองอาการของเด็กก่อนไปเรียน หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ร่วมกับมีแผลในปาก ซึ่งอาจมีหรือไม่มีตุ่มน้ำที่มือหรือเท้าก็ได้ ควรพาไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และให้พักอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ รวมทั้ง ให้หลีกเลี่ยงการพาบุตรหลานที่ป่วยไปในที่ชุมชน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อและป้องกันการระบาดในชุมชน ที่สำคัญคือ จะต้องให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังเล่นของเล่น ส่วนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ต้องมีอ่างล้างมือ ทำความสะอาดของเล่น และพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม โดยหากมีเด็กป่วยจำนวนมาก อาจต้องพิจารณาปิดชั้นเรียน ประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

