ไดรเวอร์ ผวา ถูกหนุ่มหัวร้อน ขับรถไล่ยิง ยันไม่รู้จักมาก่อน แจ้งความคดีไม่คืบ ตร.อ้าง ‘แค่บีบีกัน’
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 นายชณันวัชร์ อายุ 43 ปี อาชีพไดรเวอร์ เดินทางมาขอความเป็นธรรมจาก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีที่ส่อพิรุธหนุ่มถูกคู่กรณีขับรถไล่ยิง หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตอนแรกตำรวจแจ้งว่าเป็นกระสุน .22 ต่อมาตำรวจโทรมาแจ้งให้เข้าไปเคลียร์กับผู้ต้องหา โดยตำรวจอ้างว่า “มีผู้ใหญ่สั่งให้มาเคลียร์ให้จบ” เมื่อตนเข้าไปพบตำรวจ เจอคู่กรณี โดยคู่กรณีเสนอเงินให้ 20,000 บาท แล้วจบเรื่อง ผู้เสียหายจึงปฏิเสธ
จากนั้นตำรวจแจ้งว่าไม่เป็นไร แต่ปืนมันเป็นปืนบีบีกันนะ ไม่ใช่ปืนจริง แล้วก็มีการนำปืนบีบีกันมาให้ผู้ต้องหาชี้แล้วก็ถ่ายรูป ผู้เสียหายจึงติดใจสงสัยในหลายประเด็น เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลังเกิดเหตุมีตำรวจน้ำดีให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาก่อคดีเพียบ แต่มีคนช่วยเหลือคอยเคลียร์คดีให้ ย่ามใจก่อเหตุซ้ำๆ ตลอด ตัดสินใจมาร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด เหตุเกิดพื้นที่ สน.บางเขน

นายชณันวัชร์กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน (ป้ายแดง) ก 8903 นนทบุรี ไปรับผู้โดยสารมาจากย่านลําลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อไปส่งแถวสุทธิสาร โดยขับรถมาตามถนนพหลโยธินขาเข้าปกติ แต่จู่ๆ รู้สึกผิดปกติบริเวณซอยพหลโยธิน 44 เนื่องจากมีรถเก๋งคันหนึ่งพยายามขับเร่งเครื่องตามรถของตนมา กระทั่งจังหวะที่กําลังจะขึ้นสะพานข้ามแยกเกษตรได้ยินเสียงลักษณะคล้ายปืนดังขึ้น จํานวน 3 ครั้ง รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก หันไปดูผู้โดยสารว่าเป็นอะไรหรือไม่ ก่อนจะรีบขับออกมาให้เร็วที่สุด
จากนั้นได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธิน โดยตํารวจตรวจสอบร่องรอยกระสุนที่รถระบุว่า น่าจะเป็นปืนขนาด .22 แต่เมื่อตรวจสอบวงจรปิดในรถพบว่าเหตุเกิดในพื้นที่ สน.บางเขน จึงแนะนําให้ไปแจ้งความที่ สน.บางเขน เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.บางเขน บอกว่ารอยกระสุนน่าจะเป็นขนาด .22 เช่นกัน และติดต่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานให้เข้ามาตรวจสอบคราบเขม่าดินปืน แต่เนื่องจากติดวันหยุดยาวตํารวจจึงให้จอดรถทิ้งไว้ก่อน
ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตํารวจได้โทรมาแจ้งว่าสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว ให้เข้ามาพูดคุย โดยอ้างว่า “มีผู้ใหญ่อยากให้เคลียร์กันให้จบ” เมื่อมาถึง สน.บางเขน พบคู่กรณี นายภูริเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี เซลส์ขายรถยนต์แห่งหนึ่ง พร้อมของกลางอาวุธปืนบีบีกัน 1 กระบอก และรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ ทะเบียนป้ายแดง มีการพูดคุยกัน โดยผู้ต้องหาเสนอเงินให้ จํานวน 20,000 บาท แต่ตนปฏิเสธ เพราะมองว่าหากวันนั้นมีคนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตใครจะรับผิดชอบ
หลังจากนั้นตํารวจได้มาคุยกับตนอีกครั้ง บอกว่าหากไม่รับเงินก็จะไม่ได้อะไรเลย เพราะปืนที่ยิงเป็นปืนบีบีกัน หรือปืนปลอม ผู้ก่อเหตุนํามามอบให้ขณะเข้ามอบตัว ยิ่งทําให้รู้สึกตกใจเพราะตอนแรกบอกเป็นปืนขนาด .22 อีกทั้ง พฐ.ก็ยังไม่เข้าตรวจคราบเขม่าดินปืนและตํารวจก็ไม่ได้เข้าค้นบ้านของคู่กรณี รวมถึงมีตํารวจนายหนึ่งบอกว่าคู่กรณีของตนเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่เรื่องเงียบมาโดยตลอด ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเดินทางมาร้องขอให้สายไหมต้องรอดช่วยเหลือ
นายเอกภพกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทําการประสานผู้กํากับการ สน.บางเขน แล้ว โดย ผกก.ระบุว่า แม้ผู้ต้องหาจะนําปืนปลอมมามอบให้ตํารวจ แต่ไม่ได้หมายความว่าตํารวจจะเชื่อว่าปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุ ต้องรอเจ้าหน้าที่ พฐ.เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งตัวปืนและรอยกระสุนที่รถของผู้เสียหาย หากพบมีการกระทําความผิดจริงก็จะต้องดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


