เมื่อทูตไทยพาเพื่อนจากแดนหมีขาว
ไปชิม’พาข้าว’ภาคอีสาน
สานต่องาน ‘Local to Global’ (1)
นายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชนไทย นำทีมนักนวัตกรรมอาหาร ผู้ประกอบการเจ้าของร้านอาหารและโรงแรม รวมถึงนักเขียนบทความด้านอาหาร ท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ชาวรัสเซีย 8 คน เยือนประเทศไทย ไเดินทางปบนเส้นทางกรุงเทพฯ – เขาใหญ่ – ขอนแก่น – หนองบัวลำภู – หัวหิน
โครงการนี้ไม่ใช่แค่การนำชาวต่างชาติเที่ยวไทยแล้วจบกันไป แต่เป็นการดำเนินการโดยมีกรอบความคิดและมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามโจทย์เชิงยุทธศาสตร์ เริ่มจากเป็นกิจกรรมขับเคลื่อนแนวคิด “หนึ่งสถานทูต -หนึ่งจังหวัด” ที่ท่านทูตศศิวัฒน์ได้นำเสนอในช่วงการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลกในปี 2566 ที่กรุงเทพ เพื่อสร้างช่องทางปฏิสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นไทยกับต่างประเทศ และสร้างโอกาสการนำสินค้าท้องถิ่นไทยไปขายในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้จับมือกับจังหวัดขอนแก่นนำร่องแนวคิดดังกล่าว ในภาพกว้างโครงการนี้เป็นการสนับสนุนและสานต่อนโยบายนำศักยภาพท้องถิ่นไทยสู่สากล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Local to Global” ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ริเริ่มนโยบายนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2564 เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการไทยในต่างจังหวัดส่งออกสินค้าท้องถิ่นไปยังตลาดโลก สถานทูตฯจึงใช้โครงการนี้ชี้เป้าและดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีศักยภาพที่สามารถนำไปต่อยอดในตลาดรัสเซียและประเทศใกล้เคียง
นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมนโยบายและเป้าหมายอื่นๆ อาทิ การส่งเสริมให้ชาวรัสเซียรู้จักเมนูอาหารไทยที่หลากหลายขึ้น รักษาความสามารถในการแข่งขันของตลาดการท่องเที่ยวไทยให้เป็น “ศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว” โดยเน้นจุดหมายปลายทางใหม่ในจังหวัดเมืองรองที่มีศักยภาพ การเพิ่มโอกาสการจับคู่ทางธุรกิจที่จะนำไปสู่การพัฒนาการผลิตและการตลาด เพื่อนำสินค้าไทยไปวางขายในรัสเซียและประเทศใกล้เคียงตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” การดึงดูดให้กลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลต่อสังคมรัสเซียเป็น Friends of Thailand เพื่อความร่วมมือในระยะยาว และเป็นส่วนหนึ่งของ “ปีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย-รัสเซีย 2567”

จากกรอบความคิดและเป้าหมายข้างต้น สถานทูตจึงออกแบบการเดินทางครั้งนี้โดยคำนึงถึงอัตลักษณ์และศักยภาพของจังหวัดที่น่าจะเข้าได้กับบริบทของรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันรู้จักพื้นที่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะภูเก็ต สมุย และพัทยาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว อีกทั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมา สถานทูตได้นำเสนอภาคเหนือให้ชาวรัสเซียและประเทศในเขตอาณาได้รู้จักและเห็นผลเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งแล้ว ผ่านโครงการนำผู้มีอิทธิพลทางความคิดชาวรัสเซียในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเยือนไทยเมื่อเดือนกันยายน 2565 ต่อด้วยการนำ นาย Igor Butman ศิลปินแห่งชาติ นักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัสเซียไปแสดงดนตรีที่ไทยเมื่อปลายปี 2565 และต้นปี 2567 การนำผู้มีอิทธิพลทางความคิดชาวเบลารุสเยือนไทยเมื่อเดือนกันยายน – ตุลาคม 2566 รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน มาใช้เป็นของที่ระลึกสำหรับสถานทูตมอบให้บุคคลสำคัญต่างๆ
ในขณะที่ภาคอีสานมีความหลากหลายทั้งในแง่วัฒนธรรม อาหาร ดนตรี ศิลปหัตถกรรม และสินค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพสูง แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของชาวรัสเซียมากนัก สถานทูตจึงมุ่งเน้นจุดหมายนี้และแสวงหาผู้เข้าร่วมจากรัสเซียและพันธมิตรในไทยร่วมจัดกิจกรรมภายใต้ธีม “Culinary Trip” เนื่องจากสองปัจจัยหลัก เพราะผู้เข้าร่วมจากรัสเซียเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลทางความคิดในอาหารเครื่องดื่มและการท่องเที่ยว อีกทั้งมีเครื่องมือตลอดจนเครือข่ายที่กว้างขวางและเข้มแข็งที่สามารถขยายผลการเข้าร่วมโครงการในวงกว้าง ขณะที่ภาคอีสานมีอาหารและของดีหลายประการที่สามารถจับคู่กับความสนใจของชาวรัสเซียได้

กระนั้นก็ดี เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องอาหาร แต่เพื่อเป็นการนำเสนอท้องถิ่นอีสานให้เป็นรู้จักมากขึ้นในรัสเซีย และนำไปสู่กิจกรรมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์อย่างอื่น เช่น การนำเสนอและส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติต่างๆ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นโดยตรง เฉพาะอย่างยิ่ง การท่องเที่ยวด้านอาหารและไวน์ (culinary and wine tourism) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (cultural tourism) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness and spa tourism) ตลอดจนนำเสนอผลผลิตจากท้องถิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งรวมถึงผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าฝ้ายทอมือ ดนตรี งานศิลปหัตถกรรม รวมไปถึงศักยภาพความร่วมมือด้านการศึกษา และการแลกเปลี่ยนเยาวชน
ขณะที่หัวหินเป็นเมืองทะเลที่ชาวรัสเซียยังไม่รู้จักมากนัก อีกทั้งมีความคล้ายคลึงกับภาคอีสานในแง่มีสินค้าท้องถิ่นที่หลากหลายและมีศักยภาพสู่สากล มีเสน่ห์ในความเป็นอยู่ที่มีสีสันแต่เรียบง่าย เหมาะกับ
ชาวรัสเซียที่แสวงหาทะเล หาดทราย แสงอาทิตย์ แต่ต้องการความเงียบสงบ
ทั้งหมดนี้น่าจะตอบโจทย์การนำเสนอประเทศไทยในมุมมองใหม่ๆ ให้ชาวรัสเซียได้สัมผัสและทำความรู้จักเพิ่มเติมได้เป็นอย่างดี


