เขตห้วยขวางจ่อปรับอ่วม ป้ายขายพาสปอร์ต พ่วงภาษีย้อนหลังรวมเฉียดแสน

23.07.24 | 12:14 น.

เขตห้วยขวางจ่อปรับอ่วม ป้ายขายพาสปอร์ต พ่วงภาษีย้อนหลังรวมเฉียดแสน

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่แยกห้วยขวาง ถ.รัชดาภิเษก นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง เปิดเผยถึงกรณีป้ายภาษาจีนที่มีการซื้อขายพาสปอร์ตในประเทศต่างๆ ว่า สำนักงานเขตห้วยขวางดำเนินการตรวจสอบ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.การติดป้ายเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 หรือไม่ 2.เนื้อหาภายในป้ายสามารถเอาผิดได้หรือไม่ 3.ภาษีป้าย สำนักงานเขตไม่ได้นิ่งนอนใจจึงร่วมกับ สน.ห้วยขวาง สน.สุทธิสาร ซึ่งมีการกวดขันตั้งแต่เรื่องทุนจีนสีเทา โดยผู้ประกอบการชาวต่างประเทศจะต้องมีความโปร่งใส เสียภาษีถูกต้อง และเคารพกฎหมายของประเทศไทย

นายไพฑูรย์กล่าวว่า สำหรับป้ายตั้งแต่ปี 2533 จะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 23 (พ.ศ.2533) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ระบุว่า ให้ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติด หรือตั้งป้ายที่ติด หรือตั้งไว้ในระยะห่างจากที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อวัดในทางราบแล้ว ระยะห่างจากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้นเมื่อวัดจากพื้นดิน และมีขนาดความกว้างของป้ายเกิน 50 ซม. หรือยาวเกิน 1 เมตร หรือเนื้อที่ของป้ายเกิน 5,000 ตร.ซม. หรือมีน้ำหนักของป้าย หรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติด หรือตั้งป้ายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันเกิน 10 กก. ถือเป็นอาคาร

นายไพฑูรย์กล่าวว่า สำนักงานเขตจะใช้กฎหมายตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ให้เจ้าของแสดงหลักฐานว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ภายใน 15 วัน ถ้าถูกต้องจะมีเลขที่ใบอนุญาตไว้ หากก่อสร้างป้ายโดยไม่รับอนุญาตจะมีความผิดโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากมีคำสั่งให้รื้อถอนแล้วแต่ยังไม่รื้อถอน จะถูกปรับวันละ 10,000 บาท สำหรับป้ายแห่งนี้มีลักษณะป้ายข้างอาคาร ที่ต้องไม่บังช่องอากาศ ต้องเป็นป้ายโปร่ง มีความห่างจากผนังอาคาร 60 ซม.

Advertisement

ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบสภาพอาคาร รวมถึงโครงสร้างของป้ายดังกล่าวว่ามีความสมบูรณ์แข็งแรงมากน้อยเพียงใด หากไม่สมบูรณ์ ก็ไม่สามารถที่จะติดตั้งโฆษณาได้ เบื้องต้นพบว่าอาคารแห่งนี้เป็นการลักลอบติดตั้งป้าย เพราะหลังจากตรวจสอบพบทางเขตก็เร่งดำเนินการทันที และหลังจากนี้ทางเขตจะเข้มงวด ตรวจสอบป้ายลักษณะนี้ในพื้นที่ซึ่งมีอยู่ประมาณ 153 ป้าย ว่าเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่สังกัดของสำนักงานเขตห้วยขวางเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีการทุจริตอย่างแน่นอน

สำหรับเนื้อหาภายในป้ายเข้าข่ายมาตรา 10, 11, 12 ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เจ้าของป้ายแห่งนี้มีความผิดตามมาตรา 11 และ 12 โดยสำนักงานเขตจะเรียกเจ้าของป้ายมาเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท

นายไพฑูรย์กล่าวว่า ส่วนเรื่องภาษีป้ายสำหรับป้ายที่เป็นภาษาไทยล้วนคิด 5 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ถ้าเป็นป้ายภาษาไทยผสมกับภาษาต่างประเทศ 26 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. ส่วนป้ายภาษาต่างประเทศล้วนคิด 50 บาทต่อ 500 ตร.ซม. ป้ายแห่งนี้มีขนาด 14 × 16 = 168 ตร.ม. จะเท่ากับ 1,680,000 ตร.ซม. หาร 500 คูณ 5,000 เท่ากับต้องเสียภาษีป้าย 168,000 บาท ต่อ 1 ปี ถ้าติดเพียงวันเดียวจะคิดอัตราครึ่งเดียว คือ 86,000 บาท ซึ่งป้ายนี้ถูกติดตั้งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.67 สำนักเขตได้รับแจ้งว่าป้ายมีความสุ่มเสี่ยง จึงแจ้งเจ้าของป้ายให้ปลดลงในวันที่ 22 ก.ค.67 ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 วัน

เมื่อถามว่า ทางสำนักงานเขตไม่ได้มีการตรวจสอบ เนื้อหาป้ายก่อนที่มีการติดตั้งหรือไม่

นายไพฑูรย์กล่าวว่า ไม่ได้เอะใจแต่มีคนส่งมาบอกตั้งแต่เช้าวันที่ 21 ก.ค.67 จึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้ติดต่อ ดร.ดาว บุรฉัตร ผู้เชี่ยวชาญภาษามาแปล เพราะการดำเนินคดีเราจะไม่ใช้ Google translate มาประกอบการดำเนินคดี โดยการซื้อขายพาสปอร์ตก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ขัดต่อหลักศีลธรรมในบ้านเรา ไม่ใช่ว่ามาทำอะไรไม่ถูกต้อง

ส่วนประเด็นการโฆษณาซื้อขายสัญชาติหรือพาสปอร์ตนั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการพิสูจน์ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใดบ้าง เบื้องต้นพบข้อมูลในป้ายไม่ได้มีการประกาศซื้อขายสัญชาติไทย โดยพบว่าบริษัทที่ว่าจ้างนั้นมีเจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ แต่ยังไม่สามารถดำเนินคดีตามกฏหมายได้เพราะต้องรอตำรวจตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามว่า มีป้ายภาษาจีนมากมายอยู่ในเขตห้วยขวาง ผู้ประกอบการมีการฮั้วกับเจ้าหน้าที่หรือไม่

นายไพฑูรย์กล่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีการลงพื้นที่ตรวจสอบถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญว่าจะต้องเก็บภาษีป้ายได้จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อก่อนทางสำนักงานเขตไม่ได้เก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่หลังจาก สตง.ลงพื้นที่ สำนักงานเขตมีการนับทุก ตร.ซม. ทั้งป้ายในร้านและนอกร้าน ทำให้สำนักงานเขตห้วยขวางเก็บภาษีป้ายได้ทะลุเป้า ทั้งนี้ข้อมูลภาษีป้ายมีการบันทึกเป็นดิจิทัลหมดแล้ว และมีการร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่

“ย้ำขอให้ชาวต่าวชาติปฏิบัติตามกฎหมาย ศักดิ์ศรีของประเทศไทย ผู้ประกอบการหลายรายหลีกเลี่ยงกฎหมายอยู่เป็นประจำทางสำนักงานเขตเจอมาตลอดเลี่ยงภาษีป้าย เลี่ยงไม่อยู่บนโต๊ะ ถ้าคุณไม่สามารถทำถูกต้องตามกฎหมายไทย ผมก็ขอเชิญให้ไปหาประเทศอื่นอยู่ดีกว่า” นายไพฑูรย์กล่าว