กลุ่มเยาวชนไม่เอากัญชา ถามนายกฯ 3 ข้อ หลังกลับลำให้ออก พ.ร.บ.ควบคุมแทน ชี้ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะมีกฎหมาย
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด (YNAC) ออกแถลงการณ์จากที่มีข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเปลี่ยนใจไม่นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด และให้มีการควบคุมด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แทน ซึ่งเมินเสียงของประชาชน 2 แสนกว่า คนที่ได้ลงชื่อเห็นด้วยให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท5 ไม่สนใจเสียงของประชาชนกว่า 80,000 คน หรือ 80% ที่เห็นชอบร่างประกาศ กระทรวงสาธารณสุขฉบับนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด (จากการลงชื่อกว่า 100,000 คน) เมินผลโพลของนิด้าว่าของประชาชนกว่า 75% ที่เห็นด้วย ให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด
ทางเครือข่ายฯ จึงมีคำถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรี 3 ข้อ ดังนี้ 1.เหตุใดท่านถึงมีการโลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา โดยไม่สนใจเสียงของประชาชน ทั้งที่ผ่านมาประชาชนได้รับผลกระทบจากการปลดล็อคกัญชาเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งมีหลักฐานเป็นที่ปรากฏชัดให้กับสังคมและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง และตัวท่านเองก็เป็นคนสั่งการผ่านทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แต่วันนี้บอกว่าไม่ต้องเป็นยาเสพติดแล้ว 2.ท่านรู้หรือไม่ ว่าการออก พ.ร.บ. กัญชาฯ ที่ท่านจะใช้ควบคุมนั้น กว่าจะผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี และท่านก็จะปล่อยให้กัญชาเสรีแบบนี้ต่อไป ให้ประชาชนและเยาวชนได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ต่อไป หรือการที่ท่านรอพระราชบัญญัติกัญชา ท่านอยากให้มีการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการกันแน่หรือไม่ 3.ท่านได้เห็นผลประโยชน์ทางการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน แบบนั้นจริงหรือ ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด หรือแม้แต่ตัวท่านเองก็อยากให้กัญชากลับไปเป็น ยาเสพติด และนโยบายของรัฐบาลเองก็เน้นในการปราบปรามยาเสพติด แต่ท่านกลับปล่อยให้กัญชา ซึ่งเป็นสารเสพติดในสากลโลก หรือสหประชาชาติต่างก็บอกว่ากัญชาคือยาเสพติด การกระทำของท่านขัดแย้งกับคำพูดจริงหรือไม่
ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ อยากให้ท่านทบทวนให้นำกัญชากลับเข้าไปบัญชียาเสพติดตามกระบวนการ ที่กำลังจะทำอยู่ และใกล้จะทำสำเร็จอยู่แล้ว เหลือแค่ความเห็นชอบจากคณะกรรมการป.ป.ส. ประชาชน และเยาวชนจะสามารถได้รับการคุ้มครองด้วยประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ทันที โดยที่ไม่ต้องรอ พ.ร.บ. กัญชาที่ต้องรอ 2-3 ปี และตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 กัญชาสามารถ ใช้ทางการแพทย์และงานวิจัยได้ ซึ่งก็จะตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่าใช้กัญชาเพื่อการแพทย์
ถ้าท่านไม่ได้เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการเมืองจริง จึงโปรดทำตามกระบวนการทางกฎหมายและฟังเสียงจากประชาชน ที่เห็นชอบให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเป็นส่วนใหญ่ยึดมั่นตามหลักประชาธิปไตย ให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด


