ตร.เร่งเอาผิด 7 โจ๋ขี่จยย.ไล่ตื้บเยาวชน ดับ 1 สาหัส 1 พบผู้ก่อเหตุอายุน้อยสุดแค่ 13 ปี

23.07.24 | 18:31 น.

แม่เยาวชนพบตำรวจเร่งเอาผิด 7 โจ๋ขี่จยย.ไล่รุมตื้บดับ 1 สาหัส 1 ย่านพุทธมณฑลสาย


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ผู้ปกครองเยาวชน 2 คนที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เข้าพบ พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน ผกก.สน.หลักสอง พร้อมพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบการสืบสวนสอบสวนกรณีถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ย่านถนนพุทธมณฑลสาย 2 มารดาน้องแฟรงค์ เยาวชนผู้บาดเจ็บ กล่าวว่าคืนวันเกิดเหตุลูกชายไปขับรถไปหาของกินที่สายใต้กับเพื่อนที่เสียชีวิต โดยลูกชายถือวิสาสะขี่รถจักรยานยนต์(จยย.) ออกไป เพราะตนไม่อยู่บ้านไม่คิดว่าลูกจะพบเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ครั้งสุดท้ายที่พบเจอคือไปโรงเรียนตามปกติที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าให้ฟังว่ามีคู่อริหรือขัดแย้งกับใคร ปกติมักจะมีกลุ่มเพื่อนที่ชอบเตะฟุตบอลที่โรงเรียนและเพิ่งมาทราบหลังเกิดเหตุว่ามีกลุ่มเพื่อนที่ชอบขี่รถจยย. ด้วยกันซึ่งเชื่อว่าลูกไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างแน่นอนหลังจากนำตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาลทางแพทย์แจ้งอาการว่าลูกชายตนสมองบวม เลือดคั่งในสมองต้องผ่าตัดเปิดสมองไม่สามารถเย็บปิดสมองได้โอกาสรอดแค่ 1% ไม่รู้สึกตัวพร้อมจะจากไปได้ตลอดเวลา

หลังจากแจ้งความกับตำรวจ สน.หลักสอง ทางตำรวจแจ้งว่ายังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวคนร้ายได้เพราะหลักฐานไม่เพียงพอไม่ชัดเจนจึงอยากฝากบอกให้ตำรวจช่วยหาตัวเด็กวัยรุ่นผู้กระทำความผิดให้มารับผิดเพราะตอนนี้รู้สึกกังวลว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม เนื่องจากกลุ่มผู้กระทำความผิดยังเป็นเยาวชนที่กฎหมายค่อนข้างให้ความคุ้มครองเป็นอย่างมากรวมทั้งอยากฝากให้ผู้กระทำความผิดออกมารับผิดชอบ หากเข้ามาขอโทษจะไม่รับอโหสิกรรมเป็นอันขาดเพราะพวกเขายังมีพฤติกรรมข่มขู่เพื่อนลูกตนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฝากพ่อแม่ผู้ปกครองว่าอย่าปล่อยให้ลูกออกมาจากบ้านในยามวิกาลแบบนี้ เพราะโลกข้างนอกตอนนี้อันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชนที่มักจะกระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

Advertisement

พ.ต.อ.ไตรเทพ ลงมาพูดคุยกับผู้ปกครองเยาวชนทั้งสองและให้ความมั่นใจแก่ครอบครัวผู้เสียหายว่าจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเนื่องจากพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำความผิดหมดแล้วทั้ง 7 ราย โดยหนึ่งในนั้นพบว่าเป็นผู้ใหญ่อายุ 19 ปี 1 รายและที่เหลืออายุเฉลี่ย 13-16 ปี 6 ราย เบื้องต้นดำเนินการเชิญทั้ง 7 คนมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยทั้ง 7 รายรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงแต่เนื่องจากติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายเด็กและเยาวชนประกอบกับผลชันสูตรพลิกศพน้องจากแพทย์นิติเวชยังไม่ออกมาจึงมีเอกสารยังไม่เพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาได้

เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส ซึ่งทันทีที่ได้รับเอกสารผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์นิติเวชจะดำเนินการเรียกผู้ทำความผิดทั้ง 7 รายมาแจ้งข้อกล่าวหาและส่งตัวไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเด็กและเยาวชนต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าจากคำให้การเบื้องต้นเท่าที่เปิดเผยได้กล่าวว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจยย.สวนมากับกลุ่มผู้เสียชีวิตและพูดจาหาเรื่องด่าทอกันจึงเป็นชนวนเหตุที่นำมาสู่การก่อเหตุในครั้งนี้และจากข้อมูลอีกมุมหนึ่งก็คือกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกันแต่มาจากหลากหลายกลุ่มเพราะบนถนนพุทธมณฑล สาย 2 นั้นมักจะมีการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นเพื่อขี่รถจยย.เป็นปกติอยู่แล้ว

รายข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับคดีดังกล่าวผู้เสียหายซึ่งเป็น พ่อผู้เสียชีวิต แจ้งความกับ ร.ต.ท.วรรณชนะ วะสะศิริ รอง สว.(สอบสวน) สน.หลักสอง ว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ค.เวลาประมาณ 01.30 น. ทราบจากกลุ่มเพื่อนลูกชายซ้อนรถ จยย.ยามาฮ่า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้บาดเจ็บเป็นคนขับขี่ขับมาตามถนนพุทธมณฑลสาย 2 มุ่งหน้าถนนเพชรเกษม จากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบว่าเป็นใครขับขี่รถ จยย. ไล่ติดตามทำร้ายต่อมารถจยย.เกิดล้มลงและวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวลงมาทำร้ายร่างกายก่อนหลบหนีไป โดยหน่วยกู้ชีพให้การช่วยเหลือพาผู้เสียชีวิตส่งรักษาที่โรงพยาบาล ย่านบางแค และเสียชีวิตเวลาต่อมา

ส่วนผู้บาดเจ็บถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลย่านพุทธมณฑลสาย 3 ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 2 มุ่งหน้าออกถนนเพชรเกษมมีรถจยย. ชาย 2 คน ซึ่งผู้เสียหายขับมาปกติ จากนั้นมีรถ จยย.คันที่ก่อเหตุคันแรกเป็น ชาย 2 คน ขับตามหลังมาแล้วเบียดรถจยย.ผู้เสียหายจนล้ม ลงทำให้ผู้เสียหายชาย 2 คนได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน โดยรถจยย.คันที่เบียดขับมุ่งหน้าไปจากนั้นมีรถ จยย.คันก่อเหตุ คันที่ 2-3 ขับตามหลังมา โดยคันที่สองมีชาย 2 คน คันที่สาม มีชาย 3 คน รวม 5 คน ก่อนจะจอดรถ และลงมารุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้ง 2 คนที่นอนอยู่กลางถนน

จากนั้นไม่นาน รถ จยย. ของผู้ก่อเหตุ คันแรกที่เบียดรถของผู้เสียหายที่หลบหนีไป ย้อนกลับมาอีกครั้ง ก่อนลงรถมาทำร้ายร่างกายด้วย รวมผู้ก่อเหตุจำนวนทั้งสิ้น 7 คน ซึ่งต่างคนต่างใช้เท้าเตะกระทืบไปที่ลำตัวของผู้เสียหายทั้ง 2 คนที่นอนอยู่กลางถนน พร้อมใช้อาวุธคล้ายมีดฟันไปที่ลำตัวจากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุขขี่รถจยย.หลบหนีไป