รวบชาย 51 ใช้โปรไฟล์ น้องหมีเนย ลวงด.ญ.วัย 12 ผ่านเกมส์ดัง ถ่ายคลิปหวิว พบเด็กตกเป็นเหยื่อเพียบ

24.07.24 | 16:46 น.

รวบชาย 51 ใช้โปรไฟล์ น้องหมีเนย ลวงด.ญ.วัย 12 ผ่านเกมส์ดัง ถ่ายคลิปหวิว พบเด็กตกเป็นเหยื่อเพียบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. และ พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รอง ผบก.สอท.3 น.ส.ทัตพิชา ชัยทัต ผอ.กองคดี 4 สำนักงาน ปปง. และนายไบอัน แอนเดอร์สัน รองผู้ช่วยทูตประจำภูมิภาค สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (HSI) แถลงข่าวผลปฏิบัติการ INNOCENCE จับกุมชายใช้โปรไฟล์เป็นรูปน้องหมีเนย ที่กำลังโด่งดังในปัจจุบัน หลอกเด็กอายุ 12 ขวบ ไปถ่ายวิดีโอคลิปโป๊ ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลงานร่วมระหว่างตำรวจ สอท.3 และเจ้าหน้าที่สืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา ที่มาร่วมฝึกอบรมกับทางตำรวจไซเบอร์ประเทศไทย

พล.ต.ต.ชูศักดิ์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ได้รับการประสานจาก สภ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ให้ร่วมกันสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด หลังจากที่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีมารดาของเด็กหญิงวัย 12 ขวบ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ว่า ถูกบุคคลนิรนาม ข่มขู่ด้วยการให้ส่งภาพถ่ายและวิดีโอคลิปในลักษณะโป๊เปลือยให้สอบสวน ทราบว่า ผู้เสียหายได้เข้าเล่นเกมออนไลน์ชื่อดัง ผ่านโทรศัพท์มือถือส่วนตัว แล้วได้ร่วมเล่นกับผู้ใช้บัญชีที่ชื่อว่า “dek-d.com” มาโดยตลอด โดยได้พูดคุยกับผู้ใช้บัญชีดังกล่าวผ่านช่องแชตของเกม ซึ่งนอกจากจะพูดคุยในเรื่องของเกมแล้ว ยังพูดคุยในเรื่องส่วนตัว จนนำมาสู่การขอเพิ่มเพื่อนในไลน์และเปลี่ยนมาสนทนาผ่านไลน์แทน ซึ่งคนร้ายใช้ชื่อไลน์ว่า “butter bear!!” พร้อมใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปน้องหมีเนย Butterbear แมสคอตหมีชื่อดังที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน


พล.ต.ต.ชูศักดิ์เปิดเผยอีกว่า หลังจากนั้นคนร้ายได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายถ่ายภาพและวิดีโอคลิปในลักษณะโป๊เปลือย พร้อมทำท่าทางลักษณะลามกอนาจารต่างๆ ส่งในไลน์ส่วนตัว โดยได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาผู้เสียหายเริ่มไหวตัวทันและไม่ยอมส่งภาพให้ คนร้ายจึงข่มขู่ผู้เสียหายว่า ถ้าหากผู้เสียหายมีท่าทีไม่ยอม คนร้ายจะนำภาพและคลิปดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้ผู้เสียหายเกิดอาการเครียดและมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่อง จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจในทันที

Advertisement

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจได้จับกุม นายสุรพงษ์ ถาวร อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาครอบครองสื่อเหล่าอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และข่มขืนใจผู้อื่นฯ พร้อมกันนี้ ยังสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบภาพและคลิปลามกอนาจารของผู้เสียหาย

สอบสวนให้การรับสารภาพ อ้างว่าทำมาแล้วหลายปี มีเป้าหมายเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อแล้วถึง 5 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเหยื่อที่โดนข่มขู่มานานถึง 5 ปี ตั้งแต่อายุ 14 ปี จนถึง 18 ปี ซึ่งทางตำรวจเชื่อว่า จะมีผู้เสียหายที่เพิ่มเติมมากกว่านี้ โดยอยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลและประสานงานเข้าให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายเพิ่มเติมต่อไป

พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. เปิดเผยว่า ตัวผู้ต้องหาอ้างว่าคลิปดังกล่าวนั้นเก็บเอาไว้ดูเอง แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบขยายผลเพื่อหาว่า ผู้ต้องหานั้นมีกลุ่มที่มีไว้สำหรับส่งต่อหรือขายภาพคลิปโป๊เหล่านั้น รวมทั้งเส้นทางการเงิน

โดยสาเหตุที่ผู้ต้องหาใช้รูปโปรไฟล์และชื่อบัญชีไลน์น้องหมีเนยนั้น เป็นเพราะเห็นว่า น้องหมีเนยกำลังเป็นกระแสและเข้าถึงเด็กเยาวชนได้ง่าย สามารถนำมาพูดคุยทำให้เด็กเชื่อใจและตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

โดยก่อนหน้านี้นั้น ผู้ต้องหาก็ใช้ลักษณะพฤติการณ์เดียวกันกับเหยื่อรายอื่นๆ แต่ใช้รูปโปรไฟล์และชื่อบัญชีเป็นการ์ตูนหรือตุ๊กตาต่างๆ ที่ทำให้เด็กหลงเชื่อได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่าผู้ต้องหานั้นได้พูดคุยกับผู้เสียหายในลักษณะสมมุติว่าตัวเองเป็นน้องหมีเนย แต่พูดคุยกับผู้เสียหายเป็นการทั่วไป โดยใช้วิธีการสมมุติตัวเองว่าอายุ 18 ปี จีบหลอกล่อหรือชวนคุยเรื่องเกมให้เหยื่อตายใจและหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดต่อประสานงานกับบริษัทที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของน้องหมีเนย เพื่อให้ทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาติดต่อแจ้งความร้องทุกข์ในกรณีที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อแบรนด์ของบริษัทต่อไป

พล.ต.ท.วรวัฒน์ฝากเตือนไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ให้ระมัดระวังบุตรหลานของตนเองในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการพูดคุยกับบุคคลแปลกหน้าที่อาจจะใช้รูปโปรไฟล์หรือชื่อบัญชีที่สื่อถึงการ์ตูน หรือสิ่งที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะเด็กอาจจะไว้วางใจและหลงเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้าเหล่านั้น จนนำมาสู่การตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้