วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 นายจินดา มีนิสัย อายุ 86 ปี ชาวนาจากตำบลปากจั่น อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ทุ่งนาในเขตตำบลปากจั่น เริ่มเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง ขาดน้ำเพื่อทำนาปรังแล้ว โดยต้นข้าวส่วนใหญ่อายุประมาณ 1 เดือนเศษ กำลังขาดน้ำ ประเมินแล้วในทุ่งปากจั่นหลายพันไร่กำลังเดือนร้อน และยังมีทุ่งนาในตำบลข้างเคียงอีก รวมแล้วเป็นหมื่นไร่ ที่มีสภาพไม่แตกต่างกัน ซึ่งน่าสงสัยว่าในพื้นที่ตัวเอง ห่างกันไปไม่เท่าใดนักมีแม่น้ำป่าสักแต่กลับไม่มีการสูบน้ำ ส่งเข้ามาเติมในระบบชลประทานให้แปลงนาข้าว ส่วนจะให้ชาวนาไปปลูกพืชอื่นทดแทน ต้องยอมรับว่าไม่ชำนาญ เพราะเคยทดลอง ไปปลูกข้าวโพดแล้วเจ๊ง ทุกวันนี้ชาวนาต้องหาทางแสวงหาน้ำเพื่อมาทำนากันเอง และเป็นการเพิ่มภาวะต้นทุนในการเพาะปลูก
“ตนเองทำนามาตลอดชีวิต ช่วงระยะหลังนี้มีปัญหาแล้งหนักจริง อายุ 86 ปีแล้วยังต้องทำนา คิดว่าคงต้องตายไปกับหนี้สิน ” นายจินดา กล่าว

ขณะที่นายธรรมนูญ จิตรภักดี อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลปากจั่น เปิดเผยว่า ชาวนาได้รวมกลุ่มมีกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงไปร่วมบริหารจัดการหาน้ำ โดยตั้งเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำ ระยะทาง 5 กิโลเมตรถึงคลองกลางทุ่งนา ชาวนาเสียค่าน้ำมันกันเอง โดยหากที่นาระยะใกล้เสีย 200 บาท/ไร่ หากไกลเสีย 400 บาท/ไร่ อีกทั้งต้องช่วยกันเจรจาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อไม่ให้ทะเลาะกันเอง ล่าสุดในพื้นที่ใกล้กัน เขตตำบลหนองปลิง อำเภอนครหลวง ชาวนาวางมวยเพราะแย่งน้ำกันที่หัวคันนาแล้ว

