ศาลสั่งรวม2สำนวน”ศุภชัย”คดีฉ้อโกงคลองจั่น1.1หมื่นล้าน อัยการขอเลื่อนตรวจหลักฐาน

20.02.17 | 13:41 น.
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น นายมณฑล กันล้อม อดีตประธานสหกรณ์ฯ นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการ นางทองพิณ กันล้อม อดีตกรรมการ นายณัฐวัฒน์ ปิยพัชร์เมธี อดีตผู้จัดการสหกรณ์ นายอารีย์ แย้มบุญยิ่ง ผู้จัดการสหกรณ์ นางสาวศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ นางสาววาริศา เอกชัยจินดาวัฒน์ อดีตกรรมการสหกรณ์ นางจันทร์ฉาย ขันธะหัตถ์ รองผู้จัดการสหกรณ์ นายธนากร น่าบัณฑิต อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ และนายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ เป็นจำเลยที่ 1-11 ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กรณี ระหว่างเดือนมกราคม 2551 – ธันวาคม 2555 จำเลยร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นกับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน28ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม11,858,440,000บาท โดยมิได้กู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ โดยโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนเงินให้ผู้เสียหาย รวม 2,254 รายด้วย คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559

อีกคดีนัดตรวจหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.3734/2559 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางวันเพ็ญ ยอดดี อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงิน ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 จากพฤติการณ์เดียวกันที่นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ กับพวกรวม 11 รายถูกกล่าวหา

โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายศุภชัย จำเลยที่ 1 มาจากเรือนจำบางขวาง นางทองพิน กันล้อม อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 4 และ น.ส.ศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ จำเลยที่ 7 มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง สำหรับจำเลยอื่นที่เหลือได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาลเช่นกัน

เมื่อถึงเวลานัดอัยการโจทก์แถลงว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการส่งสำนวนที่มีความเห๋ยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทำผิดในคดีนี้กลับไปให้พนักงานสอบสวบคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ดังนั้นในวันนี้จึงไม่สามารถยื่นเอกสารที่เกี่ยวกับสำนวนคดีเพื่อประกอบการตรวจหลักฐานได้ จึงขอเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อน

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนไปตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง วันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ส่วนที่อัยการขอรวมสำนวนคดีนายศุภชัยกับพวกและนางวันเพ็ญพิจารณาเป็นสำนวนเดียวกันนั้น ศาลอนุญาตให้รวมคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกัน โดยให้ยึดสำนวนคดี อ.3339 /2559 เป็นสำนวนคดีหลัก

Advertisement

ภายหลัง นายวันชัย บุนนาค ทนายความนายศุภชัย จำเลยที่ 1 กล่าวถึงกรณีสหกรณ์ฯ ในฐานะผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ คดีที่อัยการยื่นฟ้องนายศุภชัย ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ คดีหมายเลขดำ อ.1739/2558 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก นายศุภชัย 16 ปี เนื่องจากนายศุภชัยนำเงินมาชดใช้เป็นค่าเสียหายให้กับสหกรณ์ฯ ว่า ในวันที่ 21 มีนาคม นี้ ศาลอาญานัดพร้อมคู่ความรวมทั้งผู้แทนสหกรณ์ฯ ผู้เสียหาย เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดดังกล่าว เพื่อจะเสนอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ว่าจะมีคำสั่งอย่างไร โดยการเสนอชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 34,752,150 บาท โดยเป็นเงินที่รวมกับดอกเบี้ยของเงินต้นความเสียหายทั้งหมด27ล้านบาทดังกล่าวนั้นก็เป็นประสงค์ของนายศุภชัย ที่เมื่อมีเงินแล้วก็พร้อมจะคืนให้กับสหกรณ์เพื่อเยียวยาสมาชิก โดยความผิดยักยอกทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความกันได้ หากผู้เสียหายไม่ติดใจ อย่างไรก็ดีหากศาลอุทธรณ์อนุญาตถอนอุทธรณ์ได้ แต่นายศุภชัย ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากยังถูกคุมขังคดีอื่น โดยยืนยันว่าเหตุที่ดำเนินการดังกล่าว จะไม่มีผลต่อคดีอาญาอื่น รวมถึงคดีฟอกเงินที่นายศุภชัยถูกยื่นฟ้องและยังถูกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ทำสำนวนคดี ซึ่งคดีฟอกเงินที่ถูกกล่าวหามีประมาณ 9 สำนวน ที่ดีเอสไอส่งให้อัยการพิจารณา3สำนวน โดยอัยการยื่นฟ้องมาแล้ว 1 สำนวน

ด้านนายชาติพงษ์ จีระพันธ์ รองอธิบดีอัยการคดีพิเศษ เปิดเผยว่า วันนี้ในการตรวจพยานหลักฐานคดีที่นายศุภชัยกับพวกร่วมกันฉ้อโกงฯ นั้น อัยการขอศาลอนุญาตให้รวมสำนวนพิจารณาคดีเดียวกับที่อัยการยื่นฟ้อง นายศุภชัย , น.ส.ศรัณยา และนางทองพิน (คดีหมายเลขดำ ฟย.47/2559)ความผิดฐานฟอกเงินด้วย เนื่องจากพฤติการณ์สืบเนื่องกัน เพื่อความสะดวกในการสืบพยานหลักฐานด้วย