ตร.ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 2,638 จุด ล็อกเป้า874 เครือข่าย จับ 1,700 คน

25.07.24 | 12:30 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ณ ศูนย์ปฏิบัติการ ห้องประชุมภักดีภูมิ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.) เข้าติดตามการปฏิบัติการระดมปิดล้อมตรวจค้นเพื่อจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติดทั่วประเทศ ซึ่งได้สั่งการให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกันในเช้าวันเดียวกันนี้


โดยเป้าหมายการปิดล้อมดังกล่าวมีที่มาจากข้อมูลการซักถามผู้เสพหรือผู้ต้องหาคดียาเสพติด รวมทั้งข้อมูลการแจ้งเบาะแสของประชาชน จนทำให้ได้ข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดในชุมชนมาทำการสืบสวนและกำหนดจุดปิดล้อมตรวจค้นเพื่อกวาดล้างจับกุม โดย ตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมบูรณาการกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ส., ทหาร, ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการระดมปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดจำนวน 874 เครือข่าย เป้าหมายปิดล้อมตรวจค้น 2,638 จุดตรวจค้น

โดยสรุปผลการปิดล้อมตรวจค้นดังนี้
– จับกุมคดียาเสพติดรวม 1,757 คดี
– จับกุมผู้ต้องหา 1,645 ราย ผู้ต้องหาตามหมายจับ 112 ราย
– ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ ยาบ้า 1,555,902 เม็ด, ไอซ์ 87 กก.,คีตามีน 4.5 กก, เฮโรอีน 35 กก., ยาอี 2,644 เม็ด, อาวุธปืน 152 กระบอก
– ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน 652 รายการ รวมมูลค่า 97,195,645 ล้านบาท

จากผลการระดมปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศในครั้งนี้ จะเห็นว่าตำรวจทั่วประเทศได้รุกอย่างหนัก อย่างเป็นรูปธรรม ทำจริง จับจริง และยึดจริง โดยในขณะนี้สำนักตำรวจแห่งชาติมีนโยบายเน้นการปราบปรามผู้ค้ารายย่อยซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับประชาชนในชุมชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าจากสถิติการจับกุมและยึดของกลางคดียาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถึงปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้ถึง 72,050 ราย และตรวจยึดยาบ้าได้ 781,341,317 เม็ด, ไอซ์ 15,550 กก. และคีตามีน 2,641 กก. รวมทั้งการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้รวมมูลค่ากว่า 9,525 ล้านบาท

Advertisement

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.สำราญ กล่าวภายหลังติดตามผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านระบบซูม ว่าได้เน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้ปฎิบัติงานในการเข้าตรวจค้นตามหลักยุทธวิธี หากพบว่าเป้าหมายเป็นอันตรายให้แจ้งผู้บังคับบัญชา ใช้หน่วยปฏิบัติพิเศษในสังกัดเข้าตรวจค้นโดยทันที

ส่วนการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดในครั้งนี้ เพื่อกวาดล้างผู้ค้ารายย่อยในชุมชน โดยตั้งเป้าเอาไว้ 4,097 เป้าหมาย จากข้อมูลการซักถามผู้ค้ารายย่อยที่ถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจากผลการปฏิบัติ รายงานล่าสุดจับได้ 2,637 เป้าหมาย ซึ่งน้อยกว่าที่ตั้งเป้าเอาไว้ โดยพื้นที่ที่จับผู้กระทำความผิดได้มากที่สุด คือกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในพื้นที่อีสานตอนบน จับผู้กระทำความผิดได้มากกว่า 200 คน ส่วนในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นพื้นที่ที่ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติดมากที่สุด หลังจากนี้จะเร่งสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดทุกคดีเพื่อจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องทุกระดับ แก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่ถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล

ส่วนผลการปิดล้อมตรวจค้น แบบเรียลไทม์ขณะนี้ ตำรวจได้เข้าตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดจำนวน 874 เครือข่าย 2,637 เป้าหมาย สามารถควบคุมผู้กระทำความผิดได้แล้วขณะนี้ 1,700 คน จับผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 109 คน ตรวจยึดยาบ้าได้จำนวนกว่า 1,300,000 เม็ด เฮโรอีน 24 กิโลกรัม ไอซ์ 87 กิโลกรัม ยาอี 2,600 เม็ด เคตามีน 4 กิโลกรัม และอาวุธปืน 150 กระบอก ทรัพย์สินกว่า 670 รายการ มูลค่ารวมทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ในขณะนี้กว่า 96 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานเข้าตรวจค้นอีกหลายจุดคาดการณ์ว่าตัวเลขผลการจับกุมจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีแถลงผลถึงรายละเอียดในการปฏิบัติงานครั้งนี้อีกครั้ง