“สมศักดิ์” ลั่น เป็นนักการเมืองต้องเป็นสุภาพบุรุษ นโยบายกัญชายังไม่มีอะไรเพิ่มเติม

25.07.24 | 15:37 น.

“สมศักดิ์” ลั่น เป็นนักการเมืองต้องเป็นสุภาพบุรุษ นโยบายกัญชายังไม่มีอะไรเพิ่มเติม “หมอสมิทธิ์” เชื่อ ร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับคุมสันทนาการไม่ได้

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเดินหน้านโยบายกัญชา ว่า ขณะนี้ (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดประเภท 5 พ.ศ…. ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ก็ได้ส่งไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (บอร์ด ป.ป.ส.) แล้วและในส่วนของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา ที่ยังค้างอยู่ในสภา 3 ฉบับ และฉบับของ สธ.ก็ได้ส่งออกจากกระทรวงไปแล้ว รวมเป็น 4 ฉบับ

“เรื่องกัญชาก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากที่เคยให้ข้อมูลไปแล้ว ยังเท่าเดิม ไม่มีอะไรพูดเพิ่ม เราต้องเป็นสุภาพบุรุษ เป็นนักการเมืองต้องเป็นสุภาพบุรุษ สิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุด ก็คือการวางนโยบาย กรอบ ผลงาน เพราะจ้างคนมาเป็นรัฐมนตรีคือมาวางนโยบาย” นายสมศักดิ์กล่าว

ขณะที่ ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย และหนึ่งในเครือข่ายนักวิชาการ และภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่จะต้องดำเนินการในตอนนี้คือ บอร์ด ป.ป.ส. จะต้องนำ (ร่าง) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดมาพิจารณาและเห็นชอบ เนื่องจากเป็นช่องทางที่จะสามารถควบคุมกัญชาได้เร็วที่สุด จากนั้นจึงค่อยพิจารณาออก พ.ร.บ.กัญชาออกมาควบคุม ซึ่งสามารถดำเนินการด้วยศักดิ์ของกฎหมาย พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาเท่ากัน

“ส่วนหลังจากนั้นจะพิจารณาออกประกาศ สธ.ให้ออกเป็นยาเสพติดก็ได้ แต่จะต้องมี พ.ร.บ.ควบคุมออกมาก่อน เพราะปัจจุบันไม่มีกฎหมายอะไรมาควบคุมการใช้กัญชา ประเทศไทยเสรีที่สุดในโลก จึงต้องคุมก่อน และ พ.ร.บ.กว่าจะออกมาได้ก็หลายปี ดังนั้น การออกประกาศ สธ.กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดถือเป็นแนวทางที่เร็วที่สุดที่จะควบคุมการใช้กัญชาได้ในตอนนี้” ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าว

Advertisement

ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าวว่า สำหรับ (ร่าง) พ.ร.บ.กัญชากัญชง ที่มีการยกร่างและมีการเสนอเข้าสู่สภาและคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ไม่มีฉบับใดที่สามารถควบคุมกัญชาได้ดี คือ วิธีการควบคุมกัญชาของ (ร่าง) พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับยังต่ำกว่าประเทศที่อนุญาตให้ใช้กัญชาในเชิงสันทนาการได้ การจะอ้างว่า 4 ฉบับนี้เพื่อยกเลิกสันทนาการเป็นไปไม่ได้ ทั้ง 4 ฉบับนี้ไม่สามารถยกเลิกใช้เชิงสันทนาการ อาจจะมีฉบับของ สธ.ที่มีการระบุว่า ห้ามเพื่อสันทนาการ แต่สุดท้ายเขียนไว้แล้วไม่ได้บังคับจริงจังก็ทำอะไรไม่ได้

ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าวว่า เพราะฉะนั้น เมื่อมีการออกประกาศ สธ.ให้กัญชากลับเป็นเยาเสพติดแล้ว จะต้องมีการยก (ร่าง) พ.ร.บ.กัญชาฉบับใหม่ขึ้น ไม่ใช่พิจารณาจาก 4 ฉบับที่มีอยู่แล้ว โดยหากจำกัดการใช้ประโยชน์กัญชาแค่งานวิจัย เศรษฐกิจ การรักษาโรคต้องกำหนดกลุ่มคนที่สั่งใช้ได้ หรือถ้าจะให้ปลูกเพื่อรักษาตนเองก็จะต้องกำหนดให้ปลูกได้น้อยที่สุดและห้ามนำไปขายต่อ ซึ่งในต่างประเทศมีในกรณีใช้กับตัวเอง แต่ต้องจดทะเบียนว่าจะใช้กับตัวเองกี่ต้น จะปลูกอย่างไร ขณะที่ (ร่าง) พ.ร.บ.กัญชาที่มีอยู่ 4 ฉบับไม่มีอะไรชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ใครอยากปลูกก็ปลูกได้เหมือนเดิม ส่วนจะปลูกเพื่อสันทนาการหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่แยกไม่ได้

“การจะออก พ.ร.บ.กัญชาฉบับใหม่ก็จะต้องเสียเวลาไปอีก และ (ร่าง) 4 ฉบับที่มีอยู่ก็ไม่ได้ชัวร์ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านสภา ก็จะช้าไปอีกในการควบคุมการใช้กัญชา จึงต้องให้บอร์ด ป.ป.ส.เห็นชอบให้กัญชากลับเป็นยาเสพติดตามที่มีการเสนอ (ร่าง) ประกาศ สธ.แล้ว จะเร็วที่สุดในการมีกฎหมายควบคุม เทียบเคียงกระท่อมทั้งที่มี พ.ร.บ.กระท่อมออกมาควบคุมการใช้แล้ว ซึ่งก็ไม่ต้องการให้ใช้ในเชิงสันทนาการ แต่ปัจจุบันก็เห็นว่ามีคนนำมาใช้ในเชิงสันทนาการชัดเจน มีการใช้ผสมสิ่งต่างๆ มากมาย ผสมสารเสพติด เด็กวัยรุ่นเข้าถึงได้มาก ทั้งที่ใน พ.ร.บ.ก็กำหนดป้องกันไว้ทั้งหมด” ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าว