วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) ศาสตราจารย์ (ศ.) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. นำทีมบริหารชุดใหม่ของคณะฯ แถลงนโยบายการบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มช. วาระบริหาร พ.ศ.2560-2563
ศ.นพ.บรรณกิจกล่าวว่า 4 ปีต่อไปนี้ เรามาเพื่อรับใช้สังคม โดยนโยบายเน้นการเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพและมีคุณธรรม มุ่งการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ ผลิตนักศึกษาแพทย์ที่เป็นสุดยอดเป็นจุดเด่นของประเทศ เป็นบัณฑิตที่ดีของสังคม เสริมสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้ประเทศชาติ และเราจะดูแลผู้ป่วยทุกระดับ ตามวิสัยทัศน์พันธกิจที่มุ่งสู่นโยบายดังกล่าว สิ่งแรกในปีนี้คือ การสร้างโรงพยาบาลศูนย์เมดิคอลฮับ ถือเป็นโรงพยาบาลที่ 3 นอกจากโรงพยาบาลสวนดอก โรงพยาบาลศรีพัฒน์ โดยจะอยู่ถัดจาก ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (ฝั่งที่จอดรถ ตรงข้ามสวนดอกปาร์ค)
“โรงพยาบาลศูนย์เมดิคอลฮับ จะประกอบไปด้วย 450 เตียง มี 14 ชั้น และมีห้องผ่าตัดมาตรฐานระดับโลก มีที่จอดรถอยู่ในตัว โดยศูนย์ศรีพัฒน์จะย้ายไปอยู่ในศูนย์เมดิคอลฮับแห่งนี้ ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลสวนดอกมีห้องพิเศษเพิ่มขึ้น 150-170 เตียงทันที” ศ.นพ.บรรณกิจกล่าว

ศ.นพ.บรรณกิจกล่าวอีกว่า เรื่องที่สอง เป็นโครงการ Long term care และจะมีการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมในการประหยัดพลังงาน อาทิ ย้ายห้องตรวจมาอยู่ชั้นล่าง เพื่อลดอัตราการใช้ลิฟต์ และเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ได้มากขึ้น พยายามทำโซลาร์เซลล์ให้มากที่สุดในทุกตึก จะสร้างศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านต่างๆ อาทิ ศูนย์โรคเลือดในการรักษาผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เพิ่มอัตรากำลังพยาบาลและบุคลากรในส่วนของสำนักงาน เพิ่มดิจิทัลเทคโนโลยี หรือไอทีมาใช้ในระบบการพบแพทย์ของผู้ป่วยเพื่อความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
“ทั้งหมดนี้ เชื่อว่าจะเป็นทิศทางการบริหารงานของคณะที่เราจะนำพาทีมบุคลากรที่มีมากกว่า 5,000 คน มุ่งสู่ความเป็นเลิศในการผลิตแพทย์และการบริการสุขภาพในระดับนานาชาติต่อไป” ศ.นพ.บรรณกิจกล่าว
การแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้อำนวยการที่ดูแลศูนย์ฯต่างๆ ได้รายงานถึงนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ที่โดดเด่นของโรงพยาบาลหลายด้าน อาทิ การนำเครื่องมือ Hyperbaric Chamber เครื่องเพิ่มออกซิเจนความดันบรรยากาศสูงมาใช้รักษาผู้ป่วยในหลายโรค มีแห่งเดียวของภาคเหนือ ที่โรงพยาบาลสวนดอก ศูนย์ทางเดินอาหารและโรคตับที่มีการส่องกล้องโดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ของโรงพยาบาลศรีพัฒน์ รวมถึงความก้าวหน้าในผลงานวิจัย ในกลุ่มโรค NCDS หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (เบาหวาน, หลอดเลือดสมองและหัวใจ, โรคอ้วนลงพุง, โรคความดันโลหิตสูง) ซึ่งนับวันจะมีจำนวนประชาชนป่วยในโลกนี้เพิ่มมากขึ้นและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดของคนไทยคือ 63% และเตรียมเปิดศูนย์การรักษาแผลหายยากด้วยก๊าซพลาสม่า

