ย่องมอบตัวกลางดึกแก๊งเงินกู้ทำร้ายยายลูกหนี้วัย 72 ปี

28.07.24 | 12:21 น.

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.โชคชัย ร่วมกันสอบสวนนายโสภณ หรืออ๊อฟ อายุ 27 ปี นายเคนวิทย์ หรือเคน อายุ 32 ปี นายนัฐวุฒิ หรือไอซ์ อายุ 27 ปี และนายศิริศร หรือโบ้ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินอันมีลักษณะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้, ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ ในลักษณะข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น, ร่วมกันทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ โดยนายอ๊อฟ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา แต่ให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ โดยอ้างว่าคุณยายเป็นลูกหนี้ ส่วนนายเคน ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตรวจสอบพบนายเคน เคยถูกดำเนินคดีลักษณะการทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรง เมื่อปี 2561 พื้นที่ สน.ฉลองกรุง ปี 2566 พื้นที่ สน.จรเข้น้อย และ สน.ทุ่งสองห้อง


พล.ต.ต.ธนันท์ธรเปิดเผยว่า ผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือกับเพจหนึ่ง ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาแก๊งเงินกู้ทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลจนพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคลทั้ง 4 คน จากนั้นพนักงานสอบสวนประสานและกดดันทางญาติผู้ต้องหาทำให้ผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คนอ้างว่า ทำร้ายร่างกายคุณยายเป็นครั้งแรก เนื่องจากไม่พอใจที่จ่ายหนี้ไม่ตรงตามเวลาที่นัดหมาย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 6 ข้อกล่าวหากับนายอ๊อฟ และนายเคน คือ ร่วมกันประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินอันมีลักษณะเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้, ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ ในลักษณะข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น, ร่วมกันทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ โดยนายอ๊อฟ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา แต่ให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ โดยอ้างว่าคุณยายเป็นลูกหนี้ของตน ส่วนนายเคน ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนนายไอซ์ และนายโบ้ ผู้ต้องหาที่ 3 และที่ 4 ถูกแจ้ง 4 ข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ ในลักษณะข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น, ร่วมกันทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ โดยผู้ต้องหาที่ 3 และที่ 4 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ธนันท์ธรกล่าวอีกว่า จากข้อมูลที่มีทราบตัวเจ้าของเครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบที่แท้จริงเป็นใคร โดยบุคคลดังกล่าวมีหมายจับของ สน.มีนบุรี อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนเรื่องที่สังคมมองว่าตำรวจทำงานล่าช้า ยืนยันว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะหลังจากที่ยายมาแจ้งความเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนให้คุณยายไปตรวจร่างกายเพื่อนำความเห็นจากแพทย์มาประกอบสำนวนในคดีและนัดหมายมาสอบปากคำวันที่ 26 กรกฎาคม แต่ทางผู้เสียหายอาจจะยังไม่ทราบจึงมองว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจนต้องไปร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหม ต่อมาพนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังผัดแรกโดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หากได้รับการประกันตัวชั่วคราว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายเคนถึงข้อเท็จจริงต่างๆ แต่นายเคนตอบเพียงแค่ว่าจะไปให้การในชั้นศาล ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนไม่ได้ตอบคำถามใดๆ