วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ความคืบหน้าการแก้ไขกลิ่นเหม็น โรงงานแท่งยักษ์ใหญ่ 2 โรง ถ.นิตโย บ.จำปา ต.หนองนาคำ อ.เมือง ติดต่อกันมา 4 ปี ของ บ.ศรีตรังแองโกรอินดัสตี จก.(มหาชน) กำลังผลิต 5,000 ตันต่อเดือน และ บ.วงษ์บัณฑิต จก. กำลังผลิต 10,000 ตันต่อเดือน และจะขยายกำลังผลิตอีก 5,000 ตันต่อเดือน โดยนายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี สั่งให้ทั้งสองโรงแก้ไขกองยาง และระบบบำบัดน้ำเสีย โดยไม่ต้องหยุดเดินเครื่องจักร ตามที่ผู้เดือดร้อนให้หยุดก่อน ขณะที่รถโมบายตรวจเก็บคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ท้าย บ.จำปา เพื่อตรวจเก็บหาต้นเหตุกลิ่น อาทิ ไฮโดรเจนซัสไพล์ , แอมโมเนีย , สารอินทรีย์ระเหยเร็ว และกรดไขมันระเหยเร็ว เพื่อนำไปตรวจด้วยเครื่องมือ และให้ผู้เชียวชาญดมกลิ่น ทำให้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กลิ่นเหม็นของโรงงานที่ บ.จำปา ลดลงจากระดับ 2-5 มาอยู่ที่ระดับ 1-2 เท่านั้น ทำให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เสนอขยายเวลารถโมบายออกไปรวม 1 เดือน เพราะเชื่อว่าขณะนี้โรงงาน “ลดกำลังผลิต”
ด้านรพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) หนองนาคำ ได้รายงานสรุปการตรวจสุภาพ ในส่วนผลกระทบของโรงงานยางแท่ง ต่อพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ บ้านจำปา ห่างจากโรงงาน 500 กม. 286 หลังคา , บ้านโนนสะอาด ห่างจากโรงงาน 1.5 กม. 126 หลังคา และบ้านโก่ย ห่างจากโรงงาน 1.5 กม. 340 หลังคา ส่วนบ้านหนองแก ห่างจากโรงงาน 1 กม.188 หลังคา แม้อยู่ใกล้แต่อยู่ต้นลม ได้รับผลกระทบน้อย
โดยจากการออกให้บริการประชาชน ระหว่างวันที่ 16-23 ม.ค. 60 ในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน คือ บ้านโก่ย , บ้านจำปา , บ้านหนองแก และบ้านโนนสะอาด มีผู้มารับบริการ 83 ราย ผู้มารับบริการส่วนใหญ่มีอาการ แสบจมูก แสบคอ คอแห้ง ร้อยละ 48.19 มีอาการปวดศีรษะ ร่วมกับแสบจมูก ร้อยละ 21.69 มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจลำบาก แสบจมูก เหนื่อย อ่อนเพลีย ร้อยละ 14.46 สอบถามในเดือน ธันวาคม- มกราคม จะมีกลิ่นเหม็นเกือบทุกวัน และจะเหม็นมากในช่วงกลางดึก
รายงานระบุอีกว่า ในส่วนการตรวจสุขภาพนักเรียน 2 โรง ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งที่โรงเรียนบ้านจำปา-โนนสะอาด และโรงเรียนบ้านโก่ย มีนักเรียน 216 คน มารับตรวจสุขภาพ 213 คน พบนักเรียนมีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ และโรคผิวหนังรวม 45 คน หรือร้อยละ 21.12 โดยย้อนกลับไป 1 เดือน การตรวจสุขภาพมีอาการใกล้เคียงกัน ส่วนการสำรวจภาวะสุขภาพจิต พบว่ามีนักเรียนได้รับผลกระทบ จากกลิ่นและเสียง 128 คน หรือร้อยละ 60.37 อีกทั้งผลประเมินและวิเคราะห์ความเครียดพบว่า อาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอย หลัง หรือไหล่ , อาการนอนไม่หลับเพราะคิดมากหรือกังวลใจ , อาการหงุดหงิด รำคาญใจ , อาการปวดหัวข้างเดียว หรือปวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง , อาการมึนงงหรือเวียนศีรษะ , อาการเพลียไม่มีแรงและอาการรู้สึกเหนื่อยไม่อยากทำอะไร

ขณะที่ โรงเรียนบ้านจำปาโนนสะอาด ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้โรงงานยางทั้ง 2 แห่งมากที่สุด ยังคงมีการเรียนการสอนตามปกติ โดยนักเรียนบางส่วนส่วนสวมหน้ากากอนามัย แม้มีกลิ่นเหม็นแบบปลาร้าไหม้ หรือกลิ่นปล่องอยู่ในระดับ 1 โชยมาเป็นระยะ และนักเรียนยังคงเรียนหนังสือและทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนตามปกติ
นายดิเรก ดวงคำจันทร์ ผอ.รร.บ้านจำปาโนนสะอาด เปิดเผยว่า หลังจากมีผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาตรวจโรงงาน ทราบว่ามีการขนยางก้อนถ้วยออกไปบางส่วน ทำให้กลิ่นเหม็นยางลดลงไปบ้าง แต่ทางโรงเรียนที่อยู่ห่างจากโรงงานเพียง 600-700 เมตร ก็ยังคงมีกลิ่นเหม็นแบบปลาร้าไหม้อยู่ในระดับ 1-2 ที่ผ่านมาโรงเรียนเรามีครูผู้หญิง 7 คน นักเรียน 114 คน ทุกคนได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็น ซึ่งทาง รพ.สต.หนองนาคำ ก็มาตรวจสุขภาพนักเรียน ที่ส่วนใหญ่จะมีอาการเรื่องทางเดินหายใจ โดยได้แจกหน้ากากปิดปากปิดจมูกแบบผ้า ที่สามารถซักนำมาใช้ใหม่ได้ให้นักเรียนและครู แต่ส่วนใหญ่นักเรียนจะไม่ค่อยใส่กัน บอกว่าใส่แล้วรู้สึกรำคาญ
“กลิ่นเหม็นกระทบกับนักเรียนและครู ตนเป็นครูผู้ชายคนเดียว มารับตำแหน่งได้ 2 ปี เป็นนักกีฬาเขตประเภทลานมาก่อน ยังมีอาการหายใจติดขัด ที่ลำตัวมีผื่นขึ้น สงสารแต่ครูผู้หญิงที่ส่วนใหญ่อายุเกิน 50 ปี ได้แต่บอกว่าเหม็นกลิ่นยาง เจ็บป่วยบ่อย จะส่งผลกับเด็กนักเรียนในอนาคต เพราะเมื่อเหม็นเด็กก็เรียนไม่รู้เรื่อง ช่วงพักแทนที่เด็กจะได้พักผ่อนรับอากาศบริสุทธิ์ แต่ต้องมารับอากาศเหม็นแทน ก็อยากให้โรงงานแก้ไขอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะทำให้ไม่มีกลิ่นเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องทำให้กลิ่นเหม็นน้อยที่สุด” นายดิเรก กล่าว

