เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ห้องบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ.10 เปิดโครงการอบรมนายทะเบียนจังหวัดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัยพ.ศ.2558 เพื่อให้รับทราบแนวทางการปฏิบัติและสามารถปฏิบัติหน้าที่นายทะเบียนได้อย่างถูกต้อง โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามโครงการ ประกอบด้วย นายทะเบียน ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 400 นาย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 มีประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 เนื่องด้วยธุรกิจการให้บริการรักษาความปลอดภัยมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน และส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจการให้บริการรักษาความปลอดภัยเป็นจำนวนมากแต่มีมาตรฐานในการประกอบธุรกิจที่แตกต่างกัน สมควรกำหนดมาตรฐานของธุรกิจรักษาความปลอดภัยและมาตรฐานของพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานธุรกิจรักษาความปลอดภัยและเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานรักษาความปลอดภัย อันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการและช่วยเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยของสังคม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับธุรกิจรักษาความปลอดภัย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุวิระ หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยธุรกิจรักษาความปลอดภัย ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงได้จัดทำ “โครงการอบรมนายทะเบียนจังหวัดตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558” ขึ้น เพื่อเชิญนายทะเบียนจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมารับฟังชี้แจงอำนาจหน้าที่และแนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ
ด้าน พล.ต.อ.สุวิระกล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ให้ทราบถึงอำนาจหน้าที่และการปฏิบัติหน้าที่ สามารถปฏิบัติหน้าที่นายทะเบียนได้อย่างถูกต้อง สาระสำคัญอยู่ที่ผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย และผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย ต้องยื่นความประสงค์ขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียนจังหวัด ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่ ภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หากพ้นกำหนดจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลของคำสั่ง คสช.ที่ 67/2559 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 และมีบทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ดังนี้ 1.ผู้ใดทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ผู้ใดประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ เอกสารที่ใช้ในการยื่นของพนักงานรักษาความปลอดภัย ประกอบด้วย 1.สำเนาหรือภาพถ่าย บัตรประจำตัวประชาชน 2.สำเนาหรือภาพถ่าย ทะเบียนบ้าน 3.รูปถ่ายครึ่งตัว ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป 4.สำเนาหรือภาพถ่าย วุฒิการศึกษาสูงสุด และ 5.ใบรับรองแพทย์ ว่าไม่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือติดยาเสพติด

