เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะโฆษก ดีเอสไอ พร้อม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษก ดีเอสไอ ร่วมกันแถลงสรุปผลปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
โดยพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพสกัดกั้นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายพระและประชาชน ขอยืนยันว่าการดำเนินการของรัฐเป็นไปตามกรอบกฎหมาย และพยายามให้เป็นไปตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หลายครั้งจะเห็นว่าดำเนินการโดยใช้เจ้าหน้าที่หญิงเพื่อลดแรงกระทบกระทั่ง เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เป็นเจ้าหน้าที่3 รายและ ประชาชนอีก 2 ราย เป็นแผลถลอกจากการหกล้ม ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องซี่โครงหักตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในวันนี้จากการพูดคุยกันของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีประเด็นในที่ประชุมหลายประเด็น คือ เรื่องนี้จะยืดเยื้อไปอีกเท่าไหร่นั้น จนกว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ และแผนดำเนินการจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ในแต่ละวัน
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าไปตรวจสอบใบสุทธิของพระสงฆ์ในวัดพระธรรมกายนั้น ทางวัดได้ระดมคนเข้าไปภายในวัดผ่านทางโซเชียลมีเดียลักษณะเหมือนกองทัพมดในหลายจุดทำให้ยากต่อการดำเนินการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทางวัดได้ขอเวลาที่จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้งในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบ ส่วนการประสานงานกับทางวัดพระธรรมกายนั้น พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ มีการประสานกับทางวัดอยู่ตลอด นอกจากนี้กรณีการเชิญพระสงฆ์14รูป ให้มารายงานตัวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมาแต่อย่างใด หลังจากนี้จะพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร อีกทั้งการเรียกพระสงฆ์เพื่อมาพูดคุยและทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดการยั่วยุ ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนที่อยู่ภายในวัดให้ข่าวได้ในลักษณะที่ว่าถ้าออกมาจากวัดจะถูกจับกุมและดำเนินคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีนโยบายอย่างนั้น การออกข่าวไปในลักษณะนี้เพื่อเป็นการระดมเข้ามาในวัด หากบุคคลใดมีความประสงค์จะออกจากวัดสามารถออกมาได้เลย เจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวก ส่วนจะมีการยกระดับหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง พยายามดำเนินการอย่างละมุนละม่อมมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การจะยกระดับเรื่องนี้ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการติดตามตัวพระธัมมชโยอย่างไร พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้แบ่งการดำเนินการเป็น2ส่วนด้วยกัน คือ 1.การติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายในพื้นที่ เราจะต้องตรวจค้นให้สิ้นข้อสงสัยในการดำเนินการว่าปัจจุบันท่านออกไปจากวัดแล้วหรือไม่ เราจะต้องตรวจสอบทุกจุด หากไม่สามารถทำได้ก็คงตอบไม่ได้ว่าปัจจุบันพระธัมมชโยจะอยู่ในวัดหรือไม่ และ 2.การติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับนอกพื้นที่ ทั้งนี้ การปฏิบัติงานของเราคือจับกุมบุคคลตามหมายจับ แต่ถ้าเกิดการขัดขวางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมถึงกรณีที่มีการทุบกำแพงวัดเพื่อเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายด้วย
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวถึงกรณีที่ต้องมีการออกหมายเรียกพระทัตตชีโว และพระสุธรรม รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นหายหน้าไปเลยนั้น กรณีดังกล่าวจึงมีการออกหมายเรียกตามคำสั่ง คสช.ที่ 5/2560 เพื่อให้มารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และเพื่อให้มาปรากฏตัว ส่วนกรณีที่พระสงฆ์จากที่อื่นมารวมตัวทำกิจกรรมรอบพื้นที่ของวัดนั้น ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการที่มีการปรับเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัย ต้องเรียนว่าเราเป็นห่วงประชาชนหรือพระภิกษุสงฆ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงทำให้เกิดความกังวลจึงจัดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบจำนวนมวลชนที่อยู่ภายในวัดพระธรรกายนั้น พบว่าเป็นพระสงฆ์และสามเณร 2,000 รูป และประชาชน 4,000 คน จำนวนดังกล่าวยังไม่รวมมวลชนที่อยู่ภายนอกวัด ส่วนกรณีที่ทางวัดออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้กฎหมายมาตรา 44 นั้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่ว่าการจับ การค้น การควบคุมตัว ซึ่งเราคำนึงถึงสิ่งพวกนี้มาโดยตลอด ในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในเรื่องการปฏิบัติที่มีการเรียกร้องเข้าไป คงอ้างว่ามีการละเมิดสิทธิประชาชน ซึ่งต้องเรียนประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวัง เพราะในทางปฏิบัติเห็นอย่างชัดเจนว่าดำเนินการอย่างรอบคอบ และให้ความละเอียดอ่อนระมัดระวังในเรื่องนี้มาก จึงอยากให้ประชาชนระมัดระวังข้อมูลทางโซเชียลมีเดียเพราะจะทำให้เกิดการปลุกปั่นขึ้น
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นจากการตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายในช่วง2วันแรก มีการตรวจค้นอาคาร แต่ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ครบถ้วน การตรวจสอบเบื้องต้นมีการตรวจสอบห้องและอาคาร แต่ในทางการข่าวที่มีข้อมูลในจุดนั้นๆยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้

