2 ส.ค. ก.พ.ค.ตร.รู้ผลวินิจฉัยคำสั่งปลด บิ๊กโจ๊ก พ้นราชการ ชอบหรือไม่
รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม แจ้งว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) จะวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้ออกราชการ เหตุถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรง ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ถูกสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยจะให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ มาชี้แจงด้วยวาจา หลังจากนั้นจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 2 สิงหาคม แล้วแจ้งผลคำวินิจฉัยให้ทั้งคู่ได้รับทราบตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ แล้วถึงเผยแพร่คำวินิจฉัยได้
ข่าวแจ้งว่า องค์คณะที่พิจารณาประกอบด้วย นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ ประธาน ก.พ.ค.ตร. และกรรมการ มีนายธวัชชัย ไทยเขียว, นายวันชาติ สันติกุญชร, พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์, พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม และ พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน ส่วน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กรรมการอีกคน ได้ยื่นถอนตัวตั้งแต่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เริ่มยื่นอุทธรณ์คำสั่งออกจากราชการ เนื่องจากเคยมีข้อพิพาทกัน
ข่าวแจ้งว่า ถ้า ก.พ.ค.ตร.พิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมโดยทันที พร้อมคืนสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่มีคำสั่งให้ออกราชการ คือวันที่ 18 เมษายน ในทางกลับกัน หาก ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยว่า คำสั่งให้ออกจากราชการฯ นั้นชอบด้วยกฎหมาย พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ก็สามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบ หรือถือว่าทราบคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร.

