กทม. สั่งฟัน 25 ขรก. เอี่ยวทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย

30.07.24 | 11:12 น.

กทม.พบเจ้าหน้าที่ส่อทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย 25 ราย เตรียมตั้งสอบวินัยร้ายแรงพ่วงชดใช้ทางแพ่ง ภายใน 180 วัน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการติดตามการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร (ศปท.กทม.) เปิดเผยผลการสืบสวนข้อเท็จจริง เรื่องการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของศูนย์กีฬา กทม. ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการทุจริต ว่า จากการตรวจสอบเอกสาร และสืบสวนพยานบุคคลพบว่า มีการตั้งราคาแพงเกินจริง เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ,ตั้งสเปคสินค้าเกินความจำเป็น, มีการกำหนด TOR ผู้ร่วมประมูลแบบไม่เปิดกว้างให้มีการเข้าเสนอราคาได้อย่างเท่าเทียม และพบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตลอดกระบวนการถึง 25 ราย ซึ่งได้ลาออกจากราชการไปแล้ว 1 ราย อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

นายณัฐพงศ์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปลัด กทม.มีคำสั่งย้ายผู้บริหารที่มีชื่อเกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อทั้ง 7 โครงการ ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักปลัด กทม.แล้ว โดยหลังจากนี้จะมีการสอบสวนในเชิงลึก พร้อมทั้งเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามกฎ ก.ก.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2565 โดยเมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการแล้วเสร็จ จะต้องดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน สามารถขยายเพิ่มได้ 60 วัน และจะพิจารณาลงโทษต่อไป

Advertisement

ด้าน น.ส.เต็มศิริ เนตรทัศน์ ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) กล่าวว่า กทม.ได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการต่อตามความผิดทางอาญา ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ส่วนของ กทม.จะดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กำหนดให้คณะกรรมการสอบสวนนับจากวันที่ประธานได้เรียกประชุมครั้งแรก โดยมีกำหนด 120 วัน และสามารถขยายได้ไม่เกิน 60 วัน รวมถึงการตั้งคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้มีการชดเชยทางแพ่ง โดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน

ด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของ กทม. กล่าวว่า กทม.มีนโยบายในการต่อต้าน ปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ ตามระเบียบขั้นตอน ยุติธรรม เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ดึงเวลา