“พินิจ”เผยนายกอุตสาหกรรมจีนชม”งานยางบึงกาฬ” เนื้อหาแน่นทั้ง”นวัตกรรม-เทคโนโลยี”เพิ่มศักยภาพเกษตรกร เชื่อจะเป็นศูนย์กลางยางพาราโลก
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เหล่ากาชาดบึงกาฬ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ เเละองค์การหน่วยงานราชการ-เอกชน จัด “งานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬ 2560” ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีประชาชน เกษตรกรชาวสวนยาง นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมงานจำนวนมาก
นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เเละประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวว่า ผลตอบรับปีนี้ดีมาก โดยเฉพาะคณะผู้เเทนจากประเทศจีน โดยนายฟ่าน เหริน เต๋อ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยางพาราแห่งประเทศจีนเเละคณะ ต่างบอกว่าคิดไม่ถึงว่าจังหวัดบึงกาฬจะจัดงานบึงกาฬที่มีเนื้อหาเเน่นมีทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยีเพิ่มความรู้ยกระดับศักยภาพเเละขีดความสามารถของการเเข่งขันเรื่องยางพาราของกลุ่มเกษตรกรสูงมาก โดยเฉพาะเรื่องการเเปรรูป ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีมาก
“ทางผู้นำจีนบอกเลยว่าประเทศจีนยังไม่สามารถจัดงานยางพาราในระดับประเทศได้ขนาดนี้เลย ทั้งเนื้อหาเเละการตอบรับยังสู้ที่บึงกาฬไม่ได้เลย อย่างพิธีเปิดของเรามีเเขกจากต่างประเทศเข้ามาเยอะมาก เขาก็ชมเชย เเละที่สำคัญเขาบอกเลยว่า บึงกาฬจะเป็นศูนย์กลางยางพาราของประเทศไทย เเละเป็นศูนย์กลางยางพาราโลก เพราะประเทศไทยปลูกยางพารามากเป็นอันดับ 1 รวมถึงเนื้อหาเเละการพัฒนาจากงานยางพาราในปีนี้เขามองเห็นทิศทางยางพาราได้ชัดเจนมาก สามารถเชื่อมโยงประเทศจีนที่จะเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทย เขายังบอกอีกว่าเสียดายที่ปีก่อนๆ ไม่ได้มาร่วมงาน” นายพินิจกล่าว
นายพินิจกล่าวอีกว่า ในปีนี้ยังมีความร่วมมือกับจีนมากขึ้น ทั้งในเรื่องนวัตกรรมเครื่องกรีดยางพาราที่เป็นกุญเเจสำคัญ จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรเเละช่วยเเก้ปัญหาเรื่องเเรงงานขาดเเคลนได้ ยังมีความร่วมมือเรื่องการแปรรูปนวัตกรรม เป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ เช่นหมอนยางพาราเเละที่นอนยางพารา รวมถึงถนนยางพารา ที่จีนให้ความสนใจมากว่ามีความคงทน สามารถรับน้ำหนักได้มากเเละป้องกันน้ำเข้าไปกัดกร่อนดีมาก อยากจะนำไปเผยแพร่ที่ประเทศจีน ยังมีผลิตภัณฑ์จากยางพาราอีกหลายอย่างที่เห็นในงานเเล้วทางจีนสนใจเช่น พื้นสนามจากยางพารา ก็สร้างความประทับใจมาก เป็นความสำเร็จอีกครั้งของงานวันยางพาราบึงกาฬ
“ยังมี จาง เหย็น ประธานบริษัท รับเบอร์วัลเลย์ กรุ๊ป จำกัด ที่มาร่วมงานทุกปี ก็ชื่นชมการจัดงานครั้งนี้ มีเนื้อหา รูปแบบ ที่สมบูรณ์แบบมากและชื่นชมนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปเรื่องของยางพาราได้ในระดับโลก ยังมีทูตและผู้นำจากประเทศต่างๆ ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชาและอินเดีย มาร่วมให้ความเห็นเเละชื่นชมงานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬอย่างมาก” นายพินิจกล่าว
ขณะที่เวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยมีเสวนาในหัวข้อ “เทคนิคเสริมราก-ทำปุ๋ย ลดต้นทุนสวนยาง” นายชาตรี แสงทอง เกษตรกรชาวสวนยาง จังหวัดพังงา เป็นวิทยากร เเละเสวนาหัวข้อ “ทางรุ่ง-ทางรอดบึงกาฬ 4.0” นายสมเกียรติ ภู่มีชัยวงศ์ ประธานชมรมคลัสเตอร์การค้าไทย เป็นวิทยากร โดยมีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้ นายพินิจ และนายนิพนธ์ คนขยัน นายก อบจ.บึงกาฬ ได้ร่วมฟังเสวนาในครั้งนี้ด้วย
นายสมเกียรติกล่าวว่า หลายปีที่แล้วเราเห็นการเติบโตของบึงกาฬช้า แต่วันนี้เราเห็นสภาพการณ์แล้วว่ามีกิจกรรมที่สัมผัสได้ แล้วเหตุการณ์ของเศรษฐกิจโลกจะมีพืชเศรษฐกิจอยู่ไม่กี่ตัวที่จะส่งผลกระทบทั่วโลก ตัวหนึ่ง คือ ยางพารา เพราะว่าอุตสาหกรรมยางมันมีตัวต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กรีดแล้วส่งออกแต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ในเรื่องสินค้าและบริการจะต้องตอบโจทย์ตลาดด้วย

“ทางรอดของคนบึงกาฬในยุค 4.0 จะอยู่รอดได้ อย่างเเรก ทุกคนในจังหวัดจะต้องช่วยกัน ต้องจับมือกันเพราะคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่างที่สอง จะต้องมีงบประมาณ อย่างที่สาม เราต้องมีกระบวนการจัดการจึงจะเกิดทางรอด พอเรารอดแล้วจะทำอย่างไรให้รุ่ง จะต้องมีการวางแผนให้มีเงินเหลือเก็บ ต้องวางแผนการทำงานและต้องแบ่งงานกันทำ จะทำคนเดียวไม่ได้ เช่น รวมตัวเป็นสหกรณ์ เป็นต้น ส่วนความยั่งยืน คือ การทำอะไรที่ดีๆ มีความต่อเนื่อง แล้วปรับพัฒนาใหม่ก็จะเกิดความยั่งยืน” นายสมเกียรติกล่าว
นายสมเกียรติกล่าวว่า ในยุค 4.0 เกษตรกรชาวสวนต้องมีมากกว่ากรีดยางเเล้วขายยาง จะต้องมีการแปรรูป พลิกแพลงมากกว่านั้นถึงจะอยู่รอด จะรุ่งเเละจะยั่งยืน แล้วเกษตรกรต่อไปในอนาคตจะต้องเป็นเกษตรกร 4.0 ซึ่งเป็น
สมาร์ทฟาร์มเมอร์ วิธีการแบบเก่าแล้วเราทำแบบเดิมๆ มา 10 ปี 100 ปี ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ผิดแต่วันนี้เรามีคู่แข่งใหม่ อย่างยางพาราก็มีประเทศอื่นเริ่มมาปลูกกันมากขึ้น แล้วถ้าเรายังไม่ปรับเปลี่ยนยังทำแบบเดิม ไม่มีความสร้างสรรค์ ไม่มีการใช้นวัตกรรม หรือการแปรรูปอาจจะอยู่ไม่ได้

