สาวชนแล้วหนี ไหว้สวยขอโทษคู่กรณี เปิดเหตุผล ขับลากสาวเกาะรถ อ้างไม่มีใบขับขี่ 

30.07.24 | 16:28 น.

สาวชนแล้วหนี ไหว้สวยขอโทษคู่กรณี เปิดเหตุผล ขับลากสาวเกาะรถ อ้างไม่มีใบขับขี่ 


วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ สน.ดุสิต จากกรณี สาวเกาะกระโปรงรถ ท้องที่ สน.ดุสิตและพญาไท โดยวันนี้ วันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เวลา 11.00 น. ทางพนักงานสอบสวนได้นัดหมายคู่กรณีและผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน

ล่าสุด ผู้เสียหายและคู่กรณี เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน อัพเดตความเสียหาย ที่ สน.ดุสิต โดยรถยนต์คู่กรณีคันสีขาว มีสภาพยับเยิน

ผู้เสียหาย ชื่อคุณบี (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี เดินเข้าห้องสอบสวน สาวผู้ก่อเหตุ (เสื้อสีชมพู) ได้ยกมือไหว้คู่กรณีและมีการเจรจากัน

Advertisement

โดยคุณบีเปิดเผยภายหลังเข้าพบคู่กรณีเป็นครั้งแรกว่า ทางคู่กรณีได้ยกมือไหว้ขอโทษ ท่าทีต่างจากวันเกิดเหตุอย่างสิ้นเชิง วันนี้เหมือนเป็นคนละคน เรื่องคดียืนยันว่า ดําเนินต่อตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ส่วนค่ารักษาพยาบาลยังไม่สามารถสรุปได้ ซึ่งแพทย์ระบุว่า ซี่โครงร้าวเล็กน้อย ด้านตํารวจบอกว่า รักษาให้เสร็จ และจะนัดเข้ามาพูดคุยกันอีกครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางคู่กรณีจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลหรือช่วยเหลือเยียวยาอะไรบ้าง คุณบีบอกว่า เขาแค่ยกมือบอกขอโทษแต่ไม่ได้บอกว่าจะช่วยเหลือหรือรับผิดชอบอะไร ในส่วนของคดีที่แจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาชนแล้วหนีที่ สน.พญาไทนั้น ยังไม่ได้ไปตามเพิ่ม

ส่วนคดีที่ สน.ดุสิต เบื้องต้นคือข้อหาทําร้ายร่างกาย ยังไม่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่า เพราะทางตํารวจแนะนําว่า หากพยานหลักฐานไปไม่ถึงอาจถูกคู่กรณีฟ้องกลับได้ แต่ถ้าในชั้นอัยการพบว่าพยานหลักฐานถึงขั้นพยายามฆ่าถึงฟ้องเพิ่มเติมได้

ทั้งนี้ ผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทําให้ตนไม่สามารถทํางานได้ และต้องหยุดพักรักษาตัวตามแพทย์สั่ง ทำให้เสียรายได้วันละประมาณ 1,000-2,000 บาท

คุณบี (นามสมมุติ)

ต่อมาเวลา 12.44 น. สาวผู้ก่อเหตุได้เดินมาพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกระปุกตรวจปัสสาวะ และสอบปากคำทั้งคู่ นานกว่า 3 ชั่วโมง

น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ผู้ขับรถยนต์วันเกิดเหตุ กล่าวว่า ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์เฉี่ยวชนหน้าโรงพยาบาลราชวิถี ตนไม่รู้เรื่อง มารู้อีกทีตอนที่คุณบีตะโกนบอก ซึ่งตนก็พยายามโบกมือให้คู่กรณีชิดซ้ายเพื่อจอดมาพูดคุยกัน

แต่ขณะนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล กังวลว่าหากพูดคุยจะเกิดอันตราย เลยเลือกที่จะขับไปต่อ ถึงแม้ว่าคู่กรณีจะกระโดดเกาะฝากระโปรงหน้ารถก็ตาม ในระหว่างทางที่ขับรถวันนั้น ยอมรับว่า เกิดอาการกลัวมาก เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่

โดยหลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป เช้าวันรุ่งขึ้น (วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ค.67)  ก็ตั้งใจจะพบตำรวจ แต่ขณะนั้นมีญาติโทรมาสอบถามว่า ได้เตรียมเงินมาใช้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้เตรียมเงินมา จึงขับกลับไปที่กาญจนบุรี และยืนยันว่าไม่เคยเสพสารเสพติดซึ่งก็ตรวจไม่พบด้วย อีกทั้งในวันเกิดเหตุก็ไม่ได้มีอาการมึนเมาสุราแต่อย่างใด

วันนี้ได้เจอคู่กรณี ก็ยกมือไหว้ขอโทษ แต่เข้าใจว่าน่าจะอยู่ในอารมณ์โกรธ จึงไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมาก อยากจะขอโทษคู่กรณี และขอโทษสังคมกับสิ่งที่ทำไป

ขณะที่นายเต้ อายุ 26 ปี เจ้าของรถยนต์ เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.เอมาขอยืมรถไปใช้ตามปกติ โดยบอกว่าจะยืมรถไปสมัครงาน และหาเพื่อนที่กรุงเทพฯ ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่ทันทีที่ น.ส.เอขับรถกลับมาถึงบ้าน เห็นรถเสียหาย จึงพูดคุยกัน แต่เข้าใจ น.ส.เอ เพราะปกติเป็นคนขี้กลัว และขี้ตกใจมาก

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าตนหนีไฟแนนซ์ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่ยอมรับในเรื่องนี้ ว่าไม่ได้ต่อ พ.ร.บ.มากว่า 3 ปี เพราะไม่มีเวลา และไม่ค่อยใช้รถ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้มีการแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ ชนแล้วหนี, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และข้อหาทำร้ายร่างกาย

ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะให้ประกันตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวนโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง

โดยหลังจากนี้จะนัดวันให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อส่งฟ้องศาลฯ ต่อไป ส่วนคดีจราจรนั้นก็ได้มีการปรับเป็นพินัยไปแล้ว