หน้าแรก ในประเทศ โรงเรียนดังแจ...

โรงเรียนดังแจงวุ่น ปมหักเงินเดือนภารโรง จ่ายค่าซ่อมรถ แต่ชี้หน้าที่ต้องดูแล ยังไม่ยอมให้ลาออก

31.07.24 | 12:30 น.

โรงเรียนดังแจงวุ่น ปมหักเงินเดือนภารโรง จ่ายค่าซ่อมรถ แต่ชี้หน้าที่ต้องดูแล ยังไม่ยอมให้ลาออก

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม กรณีลูกสาวนายกฤษณะ หรือหนึ่ง พิทักษ์เกิด อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 ต.นาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ตำแหน่งนักการภารโรง โรงเรียนเทศบาลนาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ โพสต์ขอความเป็นธรรม

โดยกล่าวอ้างว่าผู้บริหารโรงเรียน หักเงินเดือนพ่อของตนคือนักการภารโรงไปทั้งหมด 9,500 บาท จากเงินเดือน 10,000 บาท ที่เหลืออีก 500 เป็นค่าประกันสังคม เท่ากับไม่เหลือเงินแม้แต่บาทเดียวของเงินเดือน เดือนนี้ เพื่อเอาไปจ่ายค่าซ่อมรถรับส่งนักเรียนที่นักการภารโรงเป็นคนรับผิดชอบขับรับส่งนักเรียนเป็นประจำ จำนวนเงิน 24,600 บาท

โดยยังจะให้จ่ายส่วนที่เหลือจากยอดค่าซ่อมอีก 15,000 บาท ด้วยการหักเงินเดือนอีกหลังจากนี้เป็นต้นไป จนนักการภารโรงยื่นใบลาออกเพื่อหนีภาระที่จะเกิดขึ้น

Advertisement

ซึ่งจากการสอบถามนายกฤษณะ ออกมายืนยันว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง รองปลัดได้เรียกตนหลังจากกลับจากการลาทำงาน 2 วัน ไปพูดคุยเพื่อให้รับผิดชอบทั้งหมดจริง หลังจากตกเป็นข่าวชาวเน็ตต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในช่วงข้ามคืน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนเทศบาลนาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ พบนายปัญญา ปักกาโต รองปลัดรักษาการแทนปลัดเทศบาลตำบลนาโพธิ์ และรักษาการแทน ผอ.โรงเรียนเทศบาลนาโพธิ์ ระบุว่า

รถคันดังกล่าวนักการภารโรงเป็นคนดูแลรับผิดชอบ ดูแลทั้งน้ำเครื่อง น้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดก่อนจะใช้งานจะต้องดูแลก่อน ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่า คนขับรถหรือผู้รับผิดชอบจะต้องเป็นคนตรวจสอบก่อนขับออกไปอยู่แล้ว แต่คนที่ดูแลเองได้ขับรถจนน้ำมันเครื่องมันแห้ง จนเครื่องไหม้น็อกอยู่กับที่ ซึ่งคนที่ดูแลรถคันนี้คือนักการภารโรงเพราะถือเป็นหน้าที่

ส่วนการลาออกของภารโรงนั้นยังไม่อนุมัติ เพราะจะต้องตรวจสอบก่อนว่ามีภาระติดค้างอะไรบ้างกับทางราชการหรือไม่ เขาได้ทำทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหรือไม่

สำหรับการหักเงินเดือนนั้นยืนยันยังไม่ได้หักเงินเดือนใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการผ่อนจ่ายค่าซ่อมรถที่เหลืออีกนั้นก็ไม่เป็นความจริง กรณีใบลาออกนั้นยังไม่มีผลและนักการฯได้มาขอใบลาออกคืนแล้ว ยังมาทำงานตามปกติเหมือนเดิม

นายปัญญากล่าวด้วยว่า รถคันนี้เป็นรถของเอกชนที่เอามาบริจาคให้รับส่งนักเรียน หลังจากเครื่องยนต์เสียหายมีค่าซ่อมเกือบ 25,000 นั้น เจ้าของยินดีจ่ายค่าซ่อมทั้งหมดแล้ว ย้ำไม่เคยมีการหักเงินเดือนและจะให้ผ่อนค่าจ่ายแต่อย่างใด

ขณะที่นายกฤษณะออกมาพูดหลังจากตกเป็นข่าวด้วยเสียงสั่นเครือและกลืนน้ำลายว่า ตอนนี้เงินเดือนไม่ได้โดนหัก เป็นความผิดพลาดของผมเองที่ไม่ได้ดูสลิปเงินเดือน

ส่วนรถคันนี้ถือว่าเป็นความผิดของตนที่ไม่ดูแลรถ ต้องขอโทษทางเทศบาล ขอโทษทุกๆ ฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือ และทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน ตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ค่าซ่อมตนไม่ต้องจ่าย ขอโทษเทศบาลอีกครั้งที่ตนทำให้ออกสื่อ