อุทยานฯค้าน กฎหมายนิรโทษกรรมรุกป่าสุดลิ่ม ชี้ 40,000 คดี ปลิวทันที นายทุนร่าเริง เสียหายยิ่งกว่าทับลาน

3.08.24 | 15:53 น.

อุทยานฯค้าน กฎหมายนิรโทษกรรมรุกป่าสุดลิ่ม ชี้ 40,000 คดี ปลิวทันที นายทุนร่าเริง เสียหายยิ่งกว่าทับลาน เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมชัดเจน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เวลานี้ มีความพยายามที่จะออกกฎหมาย เพื่อนิรโทษกรรมผู้ที่บุกรุกป่า และที่ดินของรัฐ มีอยู่ด้วยกัน 2 ฉบับ คือ 1.ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมและล้างมลทินแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามกฎหมาย และนโยบายของรัฐด้านป่าไม้ และที่ดิน พ.ศ. … ร่างดังกล่าวนี้ เสนอขึ้นโดย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ ซึ่งนำเสนอให้ทางกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ และ 2.ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยกระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพ

นายอรรถพลกล่าวว่า ในส่วนของกรมอุทยานฯแล้ว เห็นว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ เป็นไปไม่ได้ ไม่สามารถทำได้เลย เพราะสร้างผลเสียอย่างมหาศาล โดยจะทำให้ผู้ที่บุกรุกพื้นที่ป่า และที่ดินของรัฐครอบครองที่ดินอย่างถูกต้องทั้งหมด ในที่นี้ รวมไปถึงนายทุนที่บุกรุกที่ดิน ทั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติด้วย โดยตัวร่างกฎหมายระบุถึงการครอบครองตั้งแต่ก่อนประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ถึงปัจจุบัน ตนเห็นว่า หากกฎหมายนี้ผ่าน รัฐจะสูญเสียพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก และกำลังพยายามเอาคืน ทั้งจากกลุ่มนายทุน และผู้บุกรุกใหม่จำนวนมหาศาล

“ถามว่าเป็นตัวเลขเท่าไร ยังไม่สามารถบอกได้ แต่รู้ว่าจำนวนมากจริง ซึ่งปัญหาอีกอย่างที่จะเกิดมาคือ ความเหลื่อมล้ำในสังคม นั่นคือ ในขณะที่คนในเมืองอีกมากมาย ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องดิ้นรนทุกวิถีทาง และยากลำบาก ในการเป็นเจ้าของที่ดิน ในขณะเดียวกันคนที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่า กลับได้ที่ดินมาฟรีๆ โดยที่ไม่มีความผิดอะไรเลย อันนี้กรมอุทยานฯไม่สามารถยินยอมให้ทำได้ ผมเชื่อว่า ยังไงร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ผ่านแน่นอน และต้องมีการพิจารณากันอีกยาวนาน คงไม่แล้วเสร็จภายในวันสองวันนี้หรอก มันจะเสียหายรุนแรง ยิ่งกว่าที่เรากำลังพยายามรณรงค์เซฟอุทยานแห่งชาติทับลานในเวลานี้กันอีก” นายอรรถพลกล่าว

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติกล่าวว่า ทั้งนี้ กรมอุทยานฯได้มีการดูแลให้คนสามารถอยู่กับป่าได้ คนที่อยู่มาก่อนประกาศเขตป่า ทั้งกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯหากพิสูจน์สิทธิได้ก็กันที่ออกให้ หรือการให้เข้าไปทำกินได้ในพื้นที่ ที่กำหนด โดยทำกินได้ตลอดชีวิต อีกทั้งยังให้ลูกหลานทำกินต่อไปได้ทุกชั่วอายุคน ขอเพียง อย่างเปลี่ยนมือ อย่าเอาไปขาย ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาก็คือ การเอาที่ไปขายแบบขายปากเปล่าให้นายทุน จากพื้นที่ป่ากลายเป็นบ้านพักตากอากาศ กลายเป็นรีสอร์ตจำนวนมากทั่วประเทศ

Advertisement

ทางด้าน นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธานพีมูฟ ให้สัมภาษณ์ว่า ความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินทุกปัญหาเวลานี้ ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น ทุกฝ่ายมีความเป็นชอบว่า จะต้องผลักดันให้เป็นกฎหมาย ซึ่งเรื่องของชาวบ้านที่มีปัญหากับรัฐ โดยเฉพาะกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น มีหลายคดี มีหลายขั้นตอน รวมๆ แล้วประมาณ 40,000 กว่าคดี โดยเวลานี้มีข้อตกลงกันกับทางกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ว่า ระหว่างการแก้ปัญหาร่วมกันนั้น จะไม่มีการจับกุมชาวบ้านเพิ่มเติม แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปปักป้ายห้ามเข้าในที่ปลูกมันสำปะหลังของชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงร่วมกัน

เมื่อถามว่า หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้จะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง นายธีรเนตรกล่าวว่า โดยหลักการก็คือ ทั้ง 40,000 กว่าคดีที่กำลังถูกดำเนินการอยู่ก็จะหลุดพ้นความผิดทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของกรมอุทยานฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558-2567 มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการป่าไม้ทั้งหมด 30,667 คดี ผู้กระทำผิดทั้งหมด 16,609 ราย โดยแบ่งเป็นคดีบุกรุกพื้นที่ จำนวน 13,760 คดี ผู้กระทำความผิด 2,718 คน พื้นที่ถูกบุกรุกรวม 180,002.71 ไร่ คดีลักลอบเผาป่า จำนวน 1,140 คดี และคดีการทำไม้ 9,713 คดี

ในส่วนกรมป่าไม้ ในช่วงปีงบประมาณ 2561-2565 มีสถิติการดำเนินคดีการกระทำความผิดว่าด้วยการป่าไม้ จำแนกเป็น คดีบุกรุกพื้นที่ จำนวน 9,098 คดี เนื้อที่กว่า 160,598 ไร่ และคดีการทำไม้จำนวน 8,118 คดี